AD ADDICT 2026
สิ่งที่ควรทิ้งไว้ในปีที่แล้ว → พัฒนางาน Design ให้เริ่ด ให้ปังในปี 2026 โดยคนต้องเหนือกว่า AI…
สรุป Session: Set Design Direction จากงาน AD ADDICT: GET SET GO! Ready for 2026 โดยคุณแชมป์ สมชนะ สมชนะ กังวารจิตต์, Founder & Executive Creative Director, Prompt Design
🔶 ปี 2026 สิ่งที่ควรโฟกัสในมุม Design & Creative คือ ทำแบรนด์ให้มีอัตลักษณ์จริง ๆ
- คุณแชมป์เล่าว่า ตอนนี้สินค้า/บริการมันเยอะมาก แบรนด์เกิดใหม่ไว ตายไว Logo ก็คล้ายกันเต็มไปหมด
สิ่งที่ต้องโฟกัส คือ Identity (อัตลักษณ์) ไม่ใช่แบบคิดเอาเองตามใจ หรือ ทำตามคำบรีฟแบบผิว ๆ
🔶 ทำ Identity ให้ “ถูกต้อง” ก่อน
- คุณแชมป์ บอกว่า หลายคนทำอัตลักษณ์แบบ ได้โจทย์จากลูกค้ามา
ด้วยวิธีอะไรไม่รู้ แล้วเราก็สร้าง Identity ไป แต่ความจริงแล้วใน
ต่างประเทศเขาใช้วิธี Decode Brand DNA คือ ต้อง ถอดรหัสจาก Essence
มันจะเป็น Brand Strategy จะเป็น Brand Key, Brand Onion, Brand DNA แล้วแต่ Brand Strategist ต้องเปลี่ยนตัวอักษรหลายหน้า ให้เป็น ภาพ
คนดูเห็น ต้องรู้ว่า แบรนด์นี้ที่ร่างมาเยอะ ๆ มันสะท้อนสิ่งเหล่านั้นจริง
🔹 คุณแชมป์บอกว่า สิ่งที่ต้องทำคือ
- ต้องถอดรหัสออกมาเป็น Keywords
- ลิสต์ไว้ประมาณ 5–6 Keywords (เกินกว่านั้นคนเริ่มงง)
ได้มาปึบ เปลี่ยนเป็นภาพ สิ่งนี้เรียกว่า Visual จะสะท้อน Essence และ สุดท้ายเราต้องมากำหนดระบบ เป็นอัตลักษณ์ มันถึงจะตอบโจทย์ Essence ของแบรนด์ที่เป็นสารตั้งต้น
🔶 Visual Shorthand: เห็นแค่ “บางส่วน” ก็รู้ว่าแบรนด์อะไร
- วันนี้เราเห็นแบรนด์ เราไม่ได้เห็นแค่โลโก้เต็ม ๆ อีกต่อไป เรียกว่า Visual Shorthand, Designerที่เก่ง ๆ ต้องย้อนกลับไปถึง ตอนสร้างโลโก้
ต้องสร้างให้ บาง Part ของโลโก้จดจำได้ด้วย เช่น
McDonald’s คือ Asset เลย งานออกแบบต้องกลายเป็น Design Asset ของลูกค้าให้ได้เป็น Global Brand เขาทำสำเร็จ เราก็ต้องมองเกมให้ถึง
🔶 อยากไม่ซ้ำ ต้อง ดูและวิเคราะห์ก่อน ไม่งั้นซ้ำแน่
- คุณแชมป์บอกว่า โลโก้/สี/ฟอนต์/รูปทรง ซ้ำกันได้ง่ายมาก
ถ้าเราไม่ดู ไม่วิเคราะห์ สุดท้ายก็ทำซ้ำโดยไม่รู้ตัว
ยกตัวอย่างแนว ๆ ว่า…
- แค่โลโก้รูปดาว ก็ซ้ำกันทั่วโลกแล้ว
- ธุรกิจบางประเภทอย่าง รถยนต์/โรงพยาบาล ยิ่งเสี่ยง เพราะคนใช้สัญลักษณ์คล้ายกันเยอะ
สิ่งที่คุณแชมป์แนะนำ คือ
- เวลาดูงานคนอื่น อย่าดูแค่ว่า สวยไม่สวย
- ให้ลิสต์ออกมาเลยว่า เขาใช้วิธีคิดแบบไหน (เช่น เล่นช่องว่าง เล่นโครงสร้าง เล่นการประกอบชิ้น ฯลฯ)
- ค่อยเลือกทางที่ ยังไม่แน่น/ยังไม่ซ้ำ เพื่อลดโอกาสชนคนอื่น
คุณแชมป์พูดถึงเรื่อง AI ว่า AI มันก็ไม่รู้ เพราะมันเอาสิ่งเหล่านี้มาทำให้เรา
แต่ถ้าเราฉลาดกว่ามัน วิเคราะห์เป็นวิธีการ ดีไซน์คือ Process
🔶 Storytelling ยังเป็นโอกาส โดยเฉพาะแบรนด์ไทย
คุณแชมป์มองว่า การเล่าเรื่องผ่าน Design โดยเฉพาะเรื่องที่มันเป็นบริบทไทย ๆ ยังมีพื้นที่ให้เล่นเยอะ เพราะหลายเรื่องมันไม่ใช่แค่ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต แต่เป็นเรื่องจริงของแบรนด์ที่คนอื่นก็ลอกไม่ได้ เช่น
Use Case: FarmHouse
เดิมทีหลายแบรนด์ใช้ รวงข้าว เป็นภาพแทนขนมปังได้เหมือนกัน → เลยไม่ใช่ของใครจริง ๆ
- โจทย์ คือ ทำยังไงให้มี Asset ที่คนอื่น ลอกไม่ได้
- เขาไปหยิบ เรื่องที่มีอยู่จริง ของแบรนด์มาเล่า อย่าง บ้านแดง +
โรงงาน + รถขนส่ง + เส้นทางที่วิ่งส่งทั่วประเทศ
- แล้วเอา เส้นทางการเดินทาง มาเป็นภาษาภาพ ใช้ต่อได้กับ
Packaging/แต่ละสินค้า/แต่ละกลุ่มลูกค้า
จนกลายเป็น Identity ที่ไม่ได้แค่สวย แต่มีเรื่องเล่า และทีมการตลาดเอาไปใช้ต่อได้ง่าย
คุณแชมป์บอกว่า ของที่ลอกยากที่สุด คือ เรื่องจริงที่มีแค่คุณ
🔶 สิ่งที่ควรเลิกทำ คือ งานอัตลักษณ์แบบพื้น ๆ ที่เอาลาย/กราฟิกมาปะเป็นแพตเทิร์น
- คุณแชมป์บอกชัดว่า แนว Basic Identity แบบเดิม ๆ (เอากราฟิกมาทำเป็นแพตเทิร์น/ตกแต่งไปเรื่อย) มันไม่ตอบตัวตนจริงของแบรนด์ และงานระดับโลกหลายที่ เลิกทำไปนานแล้ว
ตัวอย่างเช่น โลโก้ประเทศนอร์เวย์ (Scandinavian Design Group)
- โจทย์นอร์เวย์ คือ ประเทศหลากหลาย และอยากสื่อความทันสมัย
วิธีแก้ไม่ใช่ไปหยิบลายชาติพันธุ์มาปะ ๆ
- แต่ทำระบบที่เปิดให้ คนหลากหลาย สร้างธงในแบบของตัวเอง ภายใต้กติกาเดียวกัน
สุดท้ายมันสื่อทั้งความหลากหลายและความเป็นหนึ่งเดียวได้จริง แถมเอาไปแตกเป็นสื่อ/งานจัดแสดง/ของที่ระลึกได้หมด
🔶 คุณแชมป์ ยกตัวอย่าง การใช้ AI กับงาน Design
1) ใช้ AI เป็นสนามทดลอง (Playground)
- ไม่ใช่ให้ทำแทนทุกอย่าง แต่ใช้ช่วยลองไอเดียแปลก ๆ หาข้อมูลที่เราไม่ถนัด และแตกความเป็นไปได้ให้ไวขึ้น
2) ดันงานให้คิดแบบ Motion มากขึ้น
- เพราะยุคนี้แบรนด์อยู่บนออนไลน์เยอะ งานภาพเคลื่อนไหวช่วยขยายความหมายได้ เช่น โลโก้ที่ดูเหมือนตัวอักษรธรรมดา แต่พอขยับแล้วกลายเป็นอีกภาพหนึ่ง ทำให้คน อ๋อ ได้ทันที
🔶 Motion Graphic ช่วยเล่าเรื่องได้มากขึ้น
คุณแชมป์ เล่าว่า Motion Graphic มันเปิดมิติการเล่าเรื่องมากกว่าเดิม สมัยก่อน Logo เป็นภาพนิ่ง แต่วันนี้โลโก้ใส่ความหมาย/ภาพเคลื่อนไหว/Story Behind ได้มากขึ้น เช่น โลโก้ Metro ญี่ปุ่น เป็นตัว M ธรรมดา แต่พอขยับ Motion แล้วมุมมันเป็น รูรถไฟใต้ดิน ช่วยขยายผลมาก ๆ
ยุคนี้งาน Motion ในออนไลน์ทำง่ายขึ้น มันเล่าเรื่องแบรนด์ได้อีกระดับหนึ่ง
👉 คุณแชมป์ชี้ว่า แบรนด์จะรอด เพราะมีตัวตนชัด เริ่มจากถอดแก่นให้เหลือ 5–6 คำ แล้วแปลงเป็นภาพให้คนเห็นปุ๊บรู้ปั๊บ งานที่คนจำได้จริงต้องมีชิ้นส่วนที่เห็นแค่นิดเดียวก็รู้ว่าเป็นเรา และก่อนออกแบบต้องสแกนตลาดให้หนัก ไม่งั้นสี ทรง ฟอนต์ ซ้ำโลกแบบไม่รู้ตัว
AI ให้ใช้เป็นสนามทดลองเพื่อเร่งไอเดียและกล้าลองผิดลองถูก ส่วน Motion ช่วยเล่าเรื่องให้ลึกขึ้น ทำให้แบรนด์ดูมีชีวิตและน่าเชื่อมากกว่าแค่ภาพนิ่ง
💛 ติดตามเพจเราไว้ เพื่อรับความรู้สาระดี ๆ แบบนี้ได้ประจำครับ
#ใช้aiให้ดีต้องมีinsight #insightist #AI #topic #idea #EventInsight #WiseSight #ADADDICT #MissMaMon #PromptDesign #แชมป์สมชนะกังวารจิตต์ #AIPlayground #AIDesign