AI Revolution Shift 2026 (กรุงเทพธุรกิจ, 31 มี.ค. 2569)
2 session
Huawei เปิดสูตร 3 Layers & 3 อาชีพที่ AI แทนที่ได้แล้ววันนี้

สรุป Session: AI: New Engine Drive Thai Economy จากงาน AI Revolution Shift 2026 Main Stage โดยดร.ชวพล จริยาวิโรจน์, กรรมการผู้จัดการ บริษัท Huawei Thailand จำกัด
หลายคนยังคิดว่า AI คือ Chatbot, Software ทั่วไป แต่ความจริง คือ AI ตอนนี้ต้องการโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ ทั้ง Data Center, Cloud, และที่สำคัญที่สุดคือ พลังงาน
ดร.ชวพล บอกว่า Huawei ลงทุนด้าน R&D เกือบแสนล้านบาทต่อปี การประมวลผล AI แต่ละครั้งใช้พลังงานมหาศาล GPU, AI Accelerator, ระบบเครือข่ายความเร็วสูง ทั้งหมดนี้ คือ ต้นทุนที่องค์กรต้องคิดให้รอบคอบก่อนกระโดดเข้าใส่เทรนด์
✅ คำถาม คือ แล้วประเทศไทยอยู่ตรงไหนในสมการนี้
ดร.ชวพลบอกว่า Huawei มองเทคโนโลยีต้องสร้าง Impact จริง ไม่ใช่แค่ของ Sexy ที่ใช้แล้วจบ โดยเน้นกรอบคิด In Thailand, for Thailand
🔷 Use Cases ที่เกิดขึ้นจริงแล้วใน 2–3 ปีที่ผ่านมา
1. Smart City
- Digital Twins ของเมือง ติดตามสุขภาพเมืองแบบ Real-time
- ระบบ AI ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ เช่น การทะเลาะวิวาท การจอดรถผิดกฎ โดยไม่ต้องใช้กำลังคน
- บริหารจัดการสาธารณูปโภค การจราจร และความปลอดภัยอย่างครบวงจร
2. Transportation
- หุ่นยนต์ตรวจสอบชิ้นส่วนรถไฟความเร็วสูงทันทีที่เข้าสถานี แทนการนับชั่วโมงการใช้งาน
- กล้องบนรถไฟสแกนรางตลอดระยะทางหลายพัน กม. เพื่อพยากรณ์ปัญหาล่วงหน้า
3. Healthcare & Wellness
- Smart Wards และ Telemedicine รองรับสังคมผู้สูงอายุที่บุคลากรลดลง
Digital Pathology ใช้ AI อ่านผลชิ้นเนื้อ ด้วยความแม่นยำ 98%
- Conversational Healthcare ผ่าน Digital Human พูดได้ทุกภาษา ให้คำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- Precision Medicine เร่ง Drug Research ลดระยะเวลาวิจัยลงได้ ร้อยเท่า
4. Financial Services
- Core Banking, Core Credit Card Systems และระบบตรวจจับ Fraud ผ่าน AI
- Conversational Banking โต้ตอบผ่านเสียงอย่างเป็นธรรมชาติ
5. Retail & Manufacturing
- Smart Retail วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและพนักงาน รวมถึง Layout สินค้า
- ระบบ Data-driven ให้ธุรกิจและซัพพลายเออร์ตัดสินใจแม่นยำขึ้น
6. Entertainment & Creative
- AI Generate Content เปิดโอกาสให้ SME ไทยสร้างคอนเทนต์แข่งขันกับบริษัทใหญ่ได้
🧑💼 3 อาชีพที่ AI สามารถทำงานแทนได้แล้ววันนี้ คือ
🔹 1. แพทย์อ่านผล Pathology (พยาธิแพทย์)
- AI ช่วยอ่านและประเมินผลชิ้นเนื้อได้ด้วยความแม่นยำ 98% ร่นระยะเวลาจากสัปดาห์เหลือไม่กี่ชั่วโมง ดร.ชวพล ระบุชัดเจนว่า เทคโนโลยีนี้สามารถทำงานแทนหมอหลาย ๆ คนในโรงพยาบาลได้ โดยเฉพาะในยุค Aging Society ที่มีบุคลากรทางการแพทย์น้อยลง
🔹 2. พนักงานรักษาความปลอดภัย / เจ้าหน้าที่ตรวจจับพฤติกรรม
- ระบบ AI ใน Smart City สามารถตรวจจับพฤติกรรมต่าง ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เช่น การชกต่อย การโยนกระเป๋า การจอดรถผิดที่ ทำงานได้เหมือนมีคน 1 คนเฝ้าตลอดเวลาโดยไม่ต้องใช้กรวยกั้นหรือไล่ล็อกล้อ
🔹 3. ช่างเทคนิคตรวจเช็คอะไหล่รถไฟ
- หุ่นยนต์วิ่งเข้าไปใต้ท้องรถไฟความเร็วสูงเพื่อถ่ายรูปชิ้นส่วนต่าง ๆ และตัดสินใจได้เลยว่าอะไหล่ชิ้นไหนกำลังจะมีปัญหา สมควรถูกเปลี่ยนหรือไม่ ไม่ต้องรอให้อะไหล่เสียก่อนค่อยเปลี่ยน แบบวิธีการทำงานสมัยก่อน
💎 โครงสร้างที่ขาดไม่ได้ 3 Layers
1. Layer แรก Device เก็บ Data จากพฤติกรรมจริง ไม่ใช่แบบสอบถามที่คุณภาพต่ำ
2. Layer ที่ 2 Connectivity 5G, Wi-Fi 7 รวบรวม Data เข้าระบบ
3. Layer ที่ 3 Cloud และ AI Computing ถ้าสองเลเยอร์แรกไม่ดี จะกลายเป็น Garbage In, Garbage Out ทันที
ดร.ชวพล บอกเพิ่มเติมว่า AI โตเร็วแค่ไหน ไม่สำคัญเท่ากับเราจ่ายไฟให้มันได้ยั่งยืนไหม ประเทศไทยตั้งเป้า Net Zero ในอีก 24 ปีข้างหน้า Green Energy Technology อย่าง Solar และ Battery จึงไม่ใช่ตัวเลือก แต่เป็นความจำเป็น
👉 สิ่งสำคัญที่สุด คือ ไม่ใช่ว่า AI ประสบความสำเร็จมาแล้วที่ไหนบ้าง แต่เราจะเอา Impact เหล่านี้มาสร้างในประเทศไทยอย่างไรให้ยั่งยืน
💛 ติดตามเพจเราไว้ เพื่อรับความรู้สาระดี ๆ แบบนี้ได้ประจำครับ
#ใช้aiให้ดีต้องมีinsight #insightist #AI #topic #Idea #EventInsight #กรุงเทพธุรกิจ #Nation #ShakingtheGlobalEconomy #NationGroup #Bangkokbiz #AIRevolutionShift2026 #HuaweiThailand