AI: The Invisible Architect
1 ทักษะเอาตัวรอดในยุค AI + 4 เทรนด์สำคัญที่ไทยควรจับตามอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระดับโลก

สรุปจากงานเสวนา AI: The Invisible Architect of Future Industry เพื่อแลกเปลี่ยนนโยบายและแนวทางการผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดย
1. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
2. คุณพีพี ดร.พัทน์ ภัทรนุธาพร MIT Professor, Founding Director of the Cyborg Psychology research group & Co-director of the MIT Media Lab’s Advancing Humans with AI (AHA) research program
3. ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA - National Innovation Agency Thailand
4. คุณเอิ้น ดร.ปานระพี รพิพันธุ์, IT24Hrs - ไอที 24 ชั่วโมง by ปานระพี, Moderator
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง (ผู้อำนวยการ NIA) กล่าวเปิดงานและกำหนดกรอบการเสวนา
1. วัตถุประสงค์งาน สร้างแรงกระเพื่อมด้าน AI ให้กับแวดวงสตาร์ทอัพและนวัตกรรมไทย
2. กลุ่มผู้เข้าร่วม นายกสมาคมต่างๆ (Startup, IoT, Health Tech), สตาร์ทอัพศักยภาพสูง, นักลงทุน
3. ความคาดหวัง ต้องการให้ผู้เข้าร่วมได้รับวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนวัตกรรมเทคโนโลยี AI ที่เชื่อมโยงกับมนุษย์และการทำธุรกิจ
4. การเชื่อมโยง ชูจุดเด่นของการมีผู้เชี่ยวชาญจากทั้งภาครัฐ (ท่านรัฐมนตรี) และระดับโลก (ดร.พัทน์ จาก MIT)
🔶 วิสัยทัศน์ด้าน AI กับการขับเคลื่อนนโยบาย
ดร.ยศชนันพูดว่า เขาได้รับแรงบันดาลใจจาก MIT Media Lab โดยจุดเริ่มต้นมาจากปี 2016 ในงาน TEDx Bangkok ที่ได้เปิดดูวิดีโอของ ศ. Hugh Herr แห่ง MIT Media Lab ผู้ที่ขาขาด ตั้งแต่วัยเด็กจากการปีนเขา แต่เลือกที่จะเรียนปริญญาเอก เพื่อสร้างขาเทียมขึ้นควบคุมด้วยเส้นประสาทของตัวเอง จนกลับไปปีนเขาและมาเป็นศาสตราจารย์ที่ MIT
วันนั้นทำให้มีความรู้สึกว่าที่นี่ไม่ธรรมดา มีหลายอย่างมากที่เราอยากรู้และเราไม่รู้
🔹 แรงบันดาลใจ: โมเดลมนุษย์ + เทคโนโลยีที่สร้างผลกระทบระดับโลก
🔹 การเยือน MIT: ผ่านการสนับสนุนจาก KBTG ได้เห็นระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ที่เชื่อมโยงกัน
🔹 เป้าหมายเป็นการนำโมเดล Media Lab มาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย
🔶 ปัญหาของระบบนิเวศนวัตกรรมไทย
- ดร.ยศชนันพูดว่า จากการสังเกตพบว่านวัตกรรมของไทยไม่ได้เป็นรองในด้านเทคนิคการนำเสนอ แต่ยังขาดในด้าน ความกล้าที่จะทำสิ่งใหม่ ต่างประเทศมีระบบนิเวศที่คอยหนุนเสริมกัน ทั้งพื้นที่ทำงาน การพบปะ และเครือข่ายความร่วมมือที่เชื่อมโยงตลอดเวลา
ประเทศไทยต้องมีฮีโร่ ต้องการเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ สิ่งที่ ดร.พัทน์ ทำ ออกมาเป็นรูปธรรมจริงๆ ในเวลาไม่นาน ถ้าเราเริ่มจริงๆ 3-4 ปีนี้ทำได้แน่
💎 วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนประเทศไทยยุค AI
🔹 1. ศูนย์วิจัย: สร้างศูนย์วิจัยในไทยที่ทำงานร่วมกับ MIT นำทรัพยากรมาช่วยสร้างผลกระทบกับเด็กและเยาวชน รวมถึงนักวิจัยสามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้
🔹 2. บริษัท Holdings: กำลังสร้างบริษัทโฮลดิ้งเพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน และสร้างระบบนิเวศให้คนที่อยากทำสามารถทำได้จริง
🔹 3. AI + Biotech: AI กับเทคโนโลยีชีวภาพเป็นเรื่องเดียวกัน การแพทย์ต้องอาศัย AI เน้นการป้องกันมากกว่ารักษา เข้าสู่ระดับจีโนมิกส์
🔹 4. Soft Power + AI: ประเทศไทยมีเสน่ห์วัฒนธรรมที่คนทั่วโลกสนใจ ต้องนำ AI มาเป็นพื้นฐานรองรับด้านศิลปะ วัฒนธรรม และสุขภาพ เพื่อก้าวสู่ความเป็นอันดับ 1
🔹 5. นักลงทุนระดับโลก: สร้างความเชื่อมโยงกับนักลงทุนนานาชาติ โดยนำเสนอผลงานที่เกิดประโยชน์แก่สังคม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในระดับสากล
🔹 6. คนรุ่นใหม่: รวบรวมคนที่มีแพสชัน ก่อนจะมีเทคโนโลยีต้องมีคนที่กล้าทำสิ่งหลุดโลก สร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งให้คนรุ่นใหม่ก้าวสู่เวทีโลก
🔶 บทบาทวิจัยระดับโลกและแนวโน้มเทคโนโลยี เพื่อมนุษย์จาก ดร.พัทน์
🔹 แนะนำงานวิจัยที่ MIT Media Lab
Cyborg Psychology & Advancing Humans with AI
- นิยาม Media ไม่ได้หมายถึงสื่อหรือโทรทัศน์ คือ ตัวกลาง (Medium) ที่เชื่อมต่อมนุษย์เข้ากับความเป็นไปได้ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ อินเทอร์เน็ต หรือ AI
- ปรัชญา คือ ทำสิ่งที่ดูเหมือนขายไม่ได้ แต่เปลี่ยนโลกได้
- ตัวอย่างผลงานเช่น จอสัมผัส (1970), Google Maps, Wearable Tech, Brain Interface
ดร.พัทน์เล่าว่า เป็นนักวิจัยที่ศึกษาเรื่อง การผสมผสานมนุษย์กับเทคโนโลยี (Human-Technology Integration) โดยตั้งคำถามหลักว่า ทำยังไงให้ AI ขยายความเป็นมนุษย์ของเรา แทนที่จะทดแทนเรา?
งานวิจัยครอบคลุมตั้งแต่โปรเจกต์ร่วมกับ NASA ในการขยายขีดความสามารถมนุษย์ในอวกาศ จนถึงการศึกษาว่า ความทรงจำของมนุษย์จะโดน AI ครอบงำหรือไม่ & มนุษย์จะยังคิดวิเคราะห์เองได้หรือเปล่า เมื่ออยู่กับ AI
ดร.พัทน์ เป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ที่ MIT
🔶 โปรเจกต์ร่วมกับ OpenAI ผลกระทบของ ChatGPT ต่อพฤติกรรมมนุษย์
- ดร.พัทน์ เล่าต่อว่า ทีมวิจัยร่วมกับ OpenAI ศึกษาว่า หาก AI ชวนเราเป็นเพื่อน เทียบกับการที่ AI ชวนให้เราไปเป็นเพื่อนกับมนุษย์คนอื่น จะส่งผลต่อพฤติกรรมทางสังคมของผู้ใช้งานต่างกันอย่างไร
ผลการศึกษานำไปสู่การปรับปรุง ChatGPT เวอร์ชันใหม่ให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ป้องกันไม่ให้ AI ควบคุมอารมณ์ผู้ใช้โดยไม่รู้ตัว และยังเกิดเป็น นโยบายปกป้องเด็กในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยตรง
💎 4 เทรนด์ AI ที่ประเทศไทยควรจับตามอง
1. Trend 1: Augmentation ไม่ใช่ Replacement
- แทนที่จะให้ AI มาทดแทนคน ควรใช้ AI เพิ่มศักยภาพมนุษย์ ให้คนเบ่งบาน ลดความเครียด และช่วยให้เห็นภาพในระยะยาว เช่น
🔹 สร้าง Digital Twin ของบุคคลเพื่อลดความเครียด
🔹 ใช้ AI ช่วยมนุษย์เห็นภาพระยะยาวและตัดสินใจดีขึ้น
2. Trend 2: AI Ethics & Safety จริยธรรมและความปลอดภัย
- ศึกษาวิธีที่ AI หลอกเราโดยใช้เหตุผลปลอมหรือสร้างความทรงจำเทียม และสร้าง AI Watchdog เป็นตัวช่วยคอยเตือนเมื่อเราถูก AI หลอก ลดอัตราการหลอกได้อย่างมีนัยสำคัญ เช่น
🔹 วิจัย AI Dark Patterns: วิธีที่ AI หลอกมนุษย์ด้วยเหตุผลปลอม
🔹 พัฒนา AI Watchdog: ระบบเตือนเมื่อผู้ใช้ถูกชักจูงโดย AI
3. Trend 3: HTAI Framework (Heritage + Tech + Art + Innovation)
- เป็นการผสาน Soft Power เข้ากับ Hard Technology เช่น ใช้ AI ถอดรหัสโขน สร้างนาฏศิลป์ไทยแบบใหม่ให้นักเต้นฝึกฝนกับ AI และให้เด็กเขียนโปรแกรม AI เพื่อเรียนรู้ศิลปะไทย เช่น
🔹 ใช้ AI ถอดรหัสและสร้างสรรค์นาฏศิลป์ไทยแบบใหม่
🔹 ให้เด็กเขียนโปรแกรมเรียนรู้โขนผ่าน AI
4. Trend 4: Human-Centered AI Policy นโยบายที่วางมนุษย์เป็นศูนย์กลาง
- ลงทุนในคนรุ่นถัดไป เอาเด็กที่มีไอเดียมาบ่มเพาะ ใช้ AI ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สร้างความเท่าเทียมให้ทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้ได้ เช่น
🔹 วิจัยร่วมกับ OpenAI เพื่อปรับปรุงความปลอดภัยของ ChatGPT
🔹 ผลักดันนโยบายปกป้องเด็กจากการถูกควบคุมอารมณ์โดย AI
ดร.พัทน์ เล่าต่อว่า ทักษะสำคัญสำหรับยุค AI คือ Learning to Learn การเรียนรู้ที่จะเรียนรู้
🔹 เพราะ AI ก็กำลังเรียนรู้ เราจึงต้องเรียนรู้วิธีการเรียนรู้ร่วมกับ AI
🔹 ยุคนี้วิธีการเรียนรู้เปลี่ยนไป ต้องปรับตัวให้ทันกับเครื่องมือใหม่
🔹 การศึกษาคือการลงทุนที่สำคัญที่สุดสำหรับอนาคตของประเทศ
สิ่งที่อยากฝากกับทุกคน คือ เทคโนโลยีต้องทำให้คนมีความเป็นคนมากขึ้น เราต้องสร้างสังคมที่ให้คุณค่ากับมนุษย์ และบ่มเพาะเด็กที่มีแพสชันในการสร้างการเปลี่ยนแปลง
🔶 AI Disruption — ประเทศไทยจะรับมืออย่างไร?
ศ.ดร.ยศชนันบอกว่า พร้อมเปลี่ยนโครงสร้าง เปลี่ยนแนวคิดคน จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ประเทศไทยรองรับการเข้ามาของ AI โดยคนไทยต้องไม่เสียเปรียบ สิ่งสำคัญคือต้องสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมให้แข็งแกร่ง และต้องมีความร่วมมือกับ MIT เพื่อสร้างผลกระทบที่จับต้องได้
ดร.ยศชนันพูดว่า ก่อนจะมีเทคโนโลยี ต้องมีคนที่กล้าทำอะไรหลุดโลก การทำนวัตกรรมต้องเกิดประโยชน์กับสังคม และสร้างความเชื่อมั่นในระดับโลก
👉 AI คือ สถาปนิกที่มองไม่เห็น ที่กำลังออกแบบอนาคตของทุกอุตสาหกรรม ประเทศไทยต้องสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง มีนวัตกรที่กล้าทำสิ่งใหม่ และใช้ AI เป็นเครื่องมือ ขยายศักยภาพมนุษย์ ไม่ใช่ทดแทน เพื่อให้เทคโนโลยีทำให้คนมีความเป็นคนมากขึ้น
💛 ติดตามเพจเราไว้ เพื่อรับความรู้สาระดี ๆ แบบนี้ได้ประจำครับ
#insightist #AI #eventinsight #StartupThailand #NIA #MITMediaLab #IT24Hrs