Claude CoWork Use Case Meetup
8 session
3 Use cases ที่คุณแม็คใช้ Claude CoWork ช่วยจัดไฟล์, วิจัย & ทำสไลด์แทนได้จริง

สรุป Session: แชร์ Use Case 1 จากงาน Claude CoWork Use Case Meetup โดยคุณแม็ค ภีศเดช เพชรน้อย, CEO Base Playhouse และเจ้าของเพจ AI กับ Peesadec
คุณแม็คแนะนำตัวเองและปัจจุบันเป็น Co-Founder ที่ Base Playhouse เป็นบริษัทด้าน Learning ผมเรียกตัวเองว่าเป็น Learning Design Company ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้กับองค์กร
บทบาทของผมคือ ทำยังไงก็ได้ให้องค์กรสามารถ Upskill Human, Upskill AI และ Upskill ทั้ง AI กับ Human ให้เกิดขึ้นให้ได้ บริษัทผมตั้งมา 10 ปีแล้วครับ
🔶 AI ไม่ได้แก้ได้ทุกปัญหา
คุณแม็ค ชวนมองว่า AI มี 2 ยุคชัดมาก
🔹 ยุคแรกคือ AI แบบ Advisor
- ถามแล้วตอบ ให้คำปรึกษาได้ แต่คนยังต้องเอาคำตอบไปทำงานต่อเอง
🔹 อีกยุคคือ AI แบบ CoWork
- ที่ไม่ได้แค่ตอบ แต่เริ่มลงมือทำงานให้จริง ทั้งเข้าไปอ่านไฟล์ในเครื่อง วางแผนงาน เชื่อมหลายระบบ สร้างไฟล์ และส่ง Output กลับมาเป็นงานที่พร้อมใช้
คุณแม็คเล่าต่อว่า AI ไม่ได้แก้ได้ทุกปัญหา บางงานจบได้ด้วย Excel, Rule-based หรือ Power BI ไม่จำเป็นต้องใช้ AI เสมอ
ดังนั้นคำถามที่สำคัญกว่าใช้ AI ตัวไหนดี คือ โจทย์งานแบบไหนควรใช้ AI
💎 คุณแม็คเสนอกรอบคิดง่าย ๆ 3 ข้อไว้เช็กว่า งานไหนเหมาะกับ CoWork
✅ 1. งานนั้นมี Input ซับซ้อนหรือไม่
เช่น ใช้หลายไฟล์ ข้อมูลก้อนใหญ่ หรืออยู่ในเครื่องเรา
✅ 2. งานนั้นต้องวางแผนยาก ๆ หรือทำเป็นลูปหรือไม่
เช่น งานที่ต้องคิดเป็นขั้นตอน ทำซ้ำ และตรวจทานหลายรอบ
✅ 3. งานนั้นต้องการ Output มากกว่าแค่ข้อความหรือไม่
เช่น ต้องได้เป็นไฟล์ PowerPoint, Excel, PDF หรือไฟล์พร้อมใช้งาน
ถ้างานตกข้อใดข้อหนึ่ง ก็เริ่มมีโอกาสเป็น Use Case ของ CoWork แล้ว
💎 3 Use Case หลัก
✅ 1. Use Case: การจัดไฟล์
เราสามารถสั่งมันได้ว่า
✨ ช่วยไปจัดหมวดหมู่ Folder Download ที่มีไฟล์อยู่ประมาณ 20,000 ไฟล์ให้หน่อย มันก็จะเข้าไปอ่าน แล้วก็จัดการแยกหมวดหมู่ไฟล์ให้เราได้
ตอนที่ Test ผมไปที่ Folder Download เอาไฟล์รูปมาใส่รวมไว้ใน Folder ชื่อ Test ยัดไว้ใน Folder Download อีกที แล้วเลือก Folder นั้นสั่งว่า ช่วยจัดไฟล์ตาม Category ให้หน่อย แต่อยากให้อ่านจากเนื้อหาในภาพด้วย
สิ่งที่มันทำคือ ด้วยความที่มันเป็น AI แบบ Multi-Model มันสามารถอ่านภาพได้ พออ่านเสร็จมันก็จัด Category ตามภาพให้เลย เช่น รูปเกี่ยวกับ Inking รูป App Preview แล้วมันก็สร้าง Folder ย่อยและย้ายไฟล์ไปเรียงตามหมวดหมู่ให้เสร็จสรรพ มันอ่านไฟล์ภาพได้ จัดหมวดหมู่ได้ ย้ายไปสร้างเป็น Sub-Folder ได้หมดเลยครับ
📌 เคสหาไฟล์นี่ ผมไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่ ผมเคยสั่งว่า หาไฟล์ชื่อ Dual Track Framework ในเครื่องให้หน่อย มันจะเข้าไปดูทุก Folder ในเครื่องได้เลย ซึ่งผมว่ามันเสี่ยงไปนิดหนึ่ง จริง ๆ ไม่ควรทำแบบนี้
✅ 2. Use Case: สร้าง Folder จาก Google Calendar
ปกติเวลาผมสอน ผมจะต้องสร้าง Folder โดยใช้ Second Brain Concept แบบ PARA Method สิ่งที่ผมทำ คือ ผมต้องไปดู Google Calendar เพื่อเอามาตั้งชื่อเป็น Folder ในเครื่อง จะได้เอาไว้เก็บสไลด์หรือ Copy งานลง
แปลว่า มันสามารถไปเชื่อมต่อกับ Google Calendar ของผมได้
คุณแม็คสั่งงานว่า Claude ช่วยไปดู Calendar หน่อย ถ้าวันไหนผมมีตารางงานมากกว่า 3 ชั่วโมงขึ้นไป ซึ่งแปลว่าผมต้องไปสอน ให้เอาตารางนั้นมาสร้างเป็น Folder ในเครื่องผมเตรียมไว้ให้เลย
✅ 3. Use Case: Research และวิเคราะห์ข้อมูล
มาที่งาน Research ชุดคำถามที่เราต้องถาม คือ งานประเภทนี้ใช้ไฟล์เยอะไหม ใช้ไฟล์ในเครื่องเยอะไหม ใช้ข้อมูลหลายประเภทไหม เป็นงานที่ต้องวางแผนยาก ๆ มีการวางแผนแล้วต้องตรวจทานซ้ำไหม และผลลัพธ์ที่เราได้ ไม่ใช่แค่ข้อความแชทอย่างเดียว แต่อยากได้ออกมาเป็นไฟล์ Excel หรือ PowerPoint เลยใช่ไหม
ถ้าเป็นงานตระกูลนี้ CoWork เหมาะมาก ผมเอาไปใช้ทำอะไรบ้าง มีเคสหนึ่งที่ผมเคยรีวิวไว้ เป็นเคสสุดคลาสสิกเลย คือ โยนไฟล์ Excel ไปให้มันประมวลผลครับ
นอกจากนี้ยังมี Use Case รอง ๆ ที่สามารถทำใน CoWork ได้ คือ
✅ อัปเดต Dashboard จากไฟล์ Excel ชุดเดิมเมื่อข้อมูลเดือนใหม่เข้ามา
- เมื่อมีไฟล์ Excel เดือนใหม่เข้ามา ก็โยนไฟล์เข้าไปให้ AI ช่วยอัปเดตข้อมูลใน Dashboard เดิม โดยไม่ต้องสร้างใหม่ทั้งหมด
💡 จุดเด่น
- ลดการรอคิวทีม Data หรือทีม Dev
- ใช้งานซ้ำได้ทุกเดือน
- รอบแรกอาจต้องตรวจละเอียด แต่รอบต่อ ๆ ไปจะเร็วขึ้นมาก
✅ ใช้โมเดลถอดเสียงเพื่อเปลี่ยนคลิปเป็น Transcript และต่อยอดเป็น Content
- หลังทำคลิป TikTok เสร็จ ก็โยนไฟล์วิดีโอหรือเสียงเข้า Folder ที่กำหนด แล้วให้ AI ช่วยถอดเสียงออกมาเป็น Transcript เพื่อนำไปแปลงเป็น Content ต่อ
💡 จุดเด่น
- ลดงาน Manual ที่ต้องทำทีละขั้น
- ใช้ต่อยอดคอนเทนต์ได้ เช่น โพสต์ บทความ หรือสรุปคลิป
- AI ช่วยวางแผน หาเครื่องมือ และเขียนโค้ดให้ได้ในบางกรณี
✅ ใช้โค้ดหรือ Open Source จาก GitHub มาช่วยสร้างงานบางส่วนได้ แม้ไม่ใช่สายเทคนิค
- ถ้ารู้ภาพปลายทางที่อยากได้ เช่น งานดีไซน์ที่มี Gradient หรือฟังก์ชันบางแบบ ก็สามารถหา Open Source จาก GitHub แล้วโยนลิงก์ให้ AI ช่วยต่อยอดหรือปรับใช้ได้
💡 จุดเด่น
- คนไม่เขียนโค้ดก็ใช้ประโยชน์จากของที่นักพัฒนาสร้างไว้ได้ ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์
- ช่วยลดเวลาลองผิดลองถูก
✅ ตั้ง Input Folder / Output Folder เพื่อทำงานซ้ำอัตโนมัติ
- กำหนด Folder สำหรับรับไฟล์เข้า และอีก Folder สำหรับงานที่ประมวลผลเสร็จแล้ว จากนั้นตั้งเวลาให้ AI มาหยิบไฟล์ไปทำงานต่ออัตโนมัติ
✨ ตัวอย่าง
- 8:30 ให้ดาวน์โหลดรีเสิร์ชมาใส่ Folder Input
- 9:00 ให้ AI หยิบไฟล์ใน Input ไปสรุปหรือแปลงเป็นภาพ แล้ววางไว้ใน Output หรือ Inbox
💡 จุดเด่น
- เปลี่ยนงานประจำให้เป็นระบบมากขึ้น
- ลดงานซ้ำ ๆ ที่คนไม่จำเป็นต้องทำเอง
- เหมาะกับงานวิจัย, คอนเทนต์ และงานที่มีรอบเวลาแน่นอน
✅ การทำ Automatic Second Brain และการสร้างสไลด์
- ใช้แนวคิด Second Brain เช่น Inbox, Project, Area แล้วให้ AI ช่วยคัดแยก จัดเก็บ และสรุปความรู้จากสิ่งที่เราเรียนรู้หรือเก็บเข้ามา
💡 จุดเด่น
- ช่วยจัดระเบียบความรู้ที่กระจัดกระจาย
- เปลี่ยนข้อมูลที่เก็บไว้ให้กลายเป็น Knowledge ใช้งานได้
- ช่วยสังเคราะห์สิ่งที่เรียนรู้ในแต่ละสัปดาห์ได้
คุณแม็คบอกว่า AI ไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่มี Use Case ที่เหมาะกับตัวเอง เท่ากับการเอา Use Case ไปปรับใช้ให้เข้ากับงานตัวเอง เพราะงานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
👉 AI ไม่มี Use Case สำเร็จรูปที่ใช้ได้กับทุกคน Use Case ที่ดีที่สุด คือการเอางานจริงของตัวเองมาลองแตก ลองโยน และลองวัดว่า ตรงไหน AI ช่วยได้ ตรงไหนยังต้องเป็นมนุษย์
💛 ติดตามเพจเราไว้ เพื่อรับความรู้สาระดี ๆ แบบนี้ได้ประจำครับ
#ใช้aiให้ดีต้องมีinsight #insightist #AI #topic #Idea #EventInsight #Claude #ClaudeCoWork #CoWork #Skills #UseCase #ClaudeCoWorkUsecaseMeetup #SaaS #Software