งานเปิดตัว Siam Quantum Square
4 session
5 เกมเปลี่ยนควอนตัมให้ชนะ ปั้นองค์กรให้ Quantum-Ready รอดพ้นภัย รับมือทุกสถานการณ์

💎 เมื่อก่อนเราคิดว่า Quantum เป็นเรื่องไกลตัว มันมาอยู่ตรงหน้าแล้ว
คล้าย AI เมื่อ 3–4 ปีก่อน ยังไม่ใช่ของที่ทุกองค์กรใช้ได้ทันที แต่ใครเริ่มเตรียมก่อน จะได้เปรียบก่อน
สรุป Session: Quantum is Coming. Five realities shaping the race to advantage โดย คุณอโณทัย เวทยากร, กรรมการผู้จัดการใหญ่ IBM Thailand
คุณอโณทัย บอกว่า เรากำลังก้าวสู่อนาคตของควอนตัมอย่างเป็นรูปธรรม
ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ
🔹 การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ Quantum Computing
🔹 งานวิจัยในสาขาต่างๆ
🔹 ความร่วมไม้ร่วมมือกันทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน Academic
🔹 รวมถึงการพัฒนาและผลิตบุคลากรทางด้าน Quantum Computing ซึ่งสำคัญมากๆ สำหรับอนาคตของประเทศไทยเรา
🔶 The Quantum is Coming
คุณอโณทัย บอกว่า อนาคตของควอนตัม แล้วก็ยุคของควอนตัมได้มาถึงแล้ว อยู่ตรงหน้าเราแล้ว ผมเชื่อว่า หลายท่านอาจจะมีคำถามในใจว่า
🔹 ถ้าพูดถึงควอนตัม มันใกล้ตัวเราจริงหรือเปล่า
🔹 มันสามารถจะสร้าง Impact อะไรให้เราได้มากมาย เหมือนที่เราได้ยินข่าว ได้ฟังข่าวกันมาหรือไม่
คำถามเดียวกัน… หากมีใครถามท่านเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ท่านเชื่อไหมว่า AI จะเป็นเพื่อนคู่คิด ให้ท่านสามารถใช้งานได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการคิดคำนวณ วางแผน สร้างภาพยนตร์ ทำคลิป และอื่นๆ อีกมากมายในชีวิตประจำวันของเราได้
วันนั้นท่านอาจจะมีเพียงรอยยิ้มตอบกลับไป หรือไม่ก็บอกว่า เป็นไปได้ แต่ว่าไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ แต่บัดนี้ทุกคนมี Generative AI ใช้อย่างน้อย 1 App ในมือถือ แล้วก็องค์กรกำลังปรับใช้ AI ในการสร้างรูปแบบ หรือปรับโครงสร้างในการดำเนินธุรกิจอีกมากมาย เพื่อจะสร้างประโยชน์อีกมากมาย
ถ้า AI สามารถสร้างประโยชน์ให้เราได้ขนาดนี้… ควอนตัมล่ะ จะสร้างประโยชน์ให้เราได้ขนาดไหน
🔶 ทำไม Quantum ต่างจากคอมพิวเตอร์เดิม
- เรามีคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันมากว่า 80 ปี คิดแบบ 0 กับ 1 (Binary) มาโดยตลอด แต่ Quantum คิดได้หลายสถานะพร้อมกัน ทำให้เราเข้าใกล้การ จำลองธรรมชาติด้วยกฎของธรรมชาติเอง มากขึ้น
ใน Timeline ปัจจุบัน เราพูดถึงระดับประมาณ 120 Qubits แล้ว และทุกครั้งที่ Qubit เพิ่มขึ้น พลังการคำนวณจะโตแบบทวีคูณ (Exponential)
แต่ประเด็นไม่ใช่แค่เร็วขึ้น สิ่งที่น่าตื่นเต้น คือ มันอาจพาเราไปทำเรื่องที่เดิมทำได้ยากมาก หรือใช้เวลามหาศาล ให้เป็นไปได้จริง เช่น
🔹 Material Innovation (อาจลดเวลาจากหลักสิบปี เหลือไม่กี่วัน)
🔹 Precision Personalized Medicine ระดับโมเลกุล/ระดับ DNA
🔹 เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ (พลังงาน, Logistic, Banking) ในระดับที่ AI วันนี้ยังรองรับไม่ไหว
🔹 Climate Science เพื่อช่วยรับมือปัญหาโลกและลดความสูญเสียชีวิตในอนาคตอันใกล้
นี่คือ ภาพรวมว่า Quantum Technology อาจเปลี่ยนเกมได้ยังไง ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยไม่ได้เป็นแค่เรื่องความเร็วอย่างเดียว
🔶 IBM กับสถาปัตยกรรม QCSC: Quantum + HPC + AI ทำงานร่วมกัน
- คุณอโณทัย บอกว่า IBM เราได้ Contribute ในเรื่องของ Quantum Tech มากมาย ไม่ว่าจะเป็น
1. Semiconductor มากกว่า 40 ปี
2. Software, Algorithm, Hardware
คุณอโณทัย นำเสนอสถาปัตยกรรมตัวใหม่ ชื่อว่า QCSC (Quantum Centric Supercomputer) ทำงานร่วมกันในรูปแบบของ Hybrid Architecture ได้แก่
🔹 Qubit (Quantum System)
🔹 Bit (High Performance Computer System)
🔹 Neuron Network (AI Factory)
เพื่อช่วยทำงานประสานกัน แล้วก็สร้างผลลัพธ์ที่เป็น Breakthrough แม้ผลลัพธ์จะดี แต่คุณอโณทัยบอกว่า ไม่ได้มาแทนที่ Supercomputer หรือ Classic Computer มันจะทำงานร่วมกันในโลกของ Quantum Tech ยุคใหม่
🔶 Quantum Advantage = จุดที่เห็นผล วัดผล จับต้องได้
- IBM บอกว่า ปีนี้ (ปีเดียวกับที่เปิดศูนย์ Siam Quantum Square) คือ
ปีแรกที่ควอนตัมจะเริ่มเข้า Stage ที่เรียกว่า The Quantum Advantage
เริ่มเห็น ข้อได้เปรียบจริง เมื่อเทียบกับคอมพิวเตอร์เดิม เช่น
🔹 Speed
🔹 Performance
🔹 Accuracy
🔹 Cost efficiency
และที่สำคัญ คือ มันเริ่มสร้างคุณค่าได้ทั้ง
🔹 Business Value
🔹 Scientific Value
ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่ วัดผลได้ เห็นผลจริง จับต้องได้
🔶 Processor Night Hawk = ตัวเร่งให้เข้า Quantum Advantage เร็วขึ้น
- เหตุผลที่ IBM มั่นใจมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากชิปที่เปิดตัวปีที่แล้วชื่อ Night Hawk ไฮไลต์คือ
🔹 133 Superconducting Qubits
🔹 จัดเรียงแบบ Square Lattice
🔹 มีตัวเชื่อมมากกว่า 100 ตัว Tunable Coupler
ต่างจากรุ่นก่อนที่เป็น Heavy Hex Geometric (หกเหลี่ยม) ซึ่งเดิมช่วยเรื่องความเสถียร แต่ Night Hawk ใช้โครงใหม่ + Next Generation Tunable Coupler ทำให้ Qubit เชื่อมกันได้ 4 ทิศทาง
ผลลัพธ์ที่ IBM ยกมา คือ
🔹 เพิ่ม Entanglement / Connectivity ได้ถึง 20%
🔹 ทำให้จัดการ Quantum Circuit ที่ซับซ้อนขึ้นได้ถึง 30%
นี่คือ ฐานสำคัญที่ช่วยดันเทคโนโลยีให้ไปต่อเร็วขึ้น
🔶 เส้นเวลา: 2026 → 2029 → 2033 (ภาพใหญ่ที่ IBM วางไว้)
- คุณอโณทัยบอกว่า จาก Roadmap ที่เล่าไว้
🔹 2026 = โฟกัส The Quantum Advantage
🔹 2029 = เข้า Fault Tolerance Stage และเริ่ม
บริการเชิงพาณิชย์ได้เต็มรูปแบบมากขึ้น
🔹 2033 = สู่ Large Scale Fault Tolerant Quantum Computing
(ระดับที่โลกจะเปลี่ยนหนักมาก)
เขาย้ำว่า ปี 2029 น่าตื่นเต้น เพราะจะเกิดรูปแบบการคำนวณใหม่
หลังจากโลกใช้ Digital Logic มายาวนานตั้งแต่ยุค ENIAC (1946)
และเมื่อถึง Fault Tolerance จะเริ่มมี Non-Digital Logic เข้ามาเป็นทางการ ซึ่งเป็น Breakthrough ใหญ่
🔶 5 ความจริง ที่กำหนดว่าใครจะ “นำ” หรือ “ตาม”
1) อย่ารอให้เทคโนโลยีพร้อม แล้วค่อยเริ่ม
- หลายองค์กรยังเลือกรอ ให้ทุกอย่างชัดก่อน แต่ข้อมูลที่ยกมาคือ…
องค์กรที่รอ มีโอกาสได้ประโยชน์ช้ากว่าคนที่เตรียมตัว ถึง 4 เท่า
- ถ้าจะเริ่มวันนี้ ไม่ได้แปลว่าต้องซื้อของแพง แต่คือ การปักธง และ
เตรียมระบบ เช่น คน กลยุทธ์ งบทดลอง และการเข้าร่วม Ecosystem
2) อย่าทุ่มก้อนเดียว ให้ทำเป็น Portfolio
- Quantum ยังอยู่ในช่วงที่ Use case ยังต้องพิสูจน์ ดังนั้น
การเลือกเล่นแค่เคสเดียวแล้วหวังให้ชนะ อาจเสี่ยงเกินไป
ให้คิดเหมือนลงทุน R&D แบบพอร์ต
🔹 มีหลายโจทย์
🔹 มีรอบทดสอบ
🔹 มีเกณฑ์ตัดสินว่า ไปต่อ/พอแค่นี้
เพื่อไม่ให้ถลำจนถอนตัวไม่ได้
3) Quantum จะไม่เดินเดี่ยว มันต้องจับมือกับ AI และ HPC
- ประโยคที่สะท้อนภาพมาก คือ มันจะเป็นการทำงานร่วมกัน ไม่ใช่แทนที่กัน เราต้องมอง Quantum เป็นตัวเสริมแรง ไม่ใช่ของเล่นใหม่ ใครวางแผนให้ AI + Quantum ไปในทิศทางเดียวกัน จะมีโอกาสคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
4) Talent Gap จะเป็นสงครามที่หนักขึ้น
- เขาย้ำชัดว่า ปัญหาคน เป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก และหลังจาก
ช่วงที่เริ่มเห็นประโยชน์จริง การแย่งคนจะหนักขึ้นอีก
อย่าหาแบบกว้างๆ ว่า อยากได้คน Quantum ให้หาเป็น
ทักษะเฉพาะด้าน ที่องค์กรต้องใช้จริง เช่น
🔹 งานออกแบบระบบ
🔹 งานอัลกอริทึม
🔹 งานเชื่อมกับระบบเดิมขององค์กร
แล้วค่อยสร้างเส้นทางเรียนรู้ต่อเนื่อง + เส้นทางอาชีพให้ชัด
5) Governance ต้องใส่ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่มาแก้ทีหลัง
- เขาเปรียบว่า Quantum เหมือน เหรียญ 2 ด้าน
ให้ประโยชน์สูง แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องบริหาร
หลายที่เริ่มทำก่อน แต่ยังไม่วางกรอบกำกับดูแล
ทั้งเรื่องความเสี่ยง ความปลอดภัย และความรับผิดชอบ
ซึ่งสุดท้ายจะกลายเป็นต้นทุนที่แพงกว่าเดิม ถ้ามาไล่แก้ทีหลัง
👉 Quantum กำลังมาแบบคลื่น องค์กรที่ได้เปรียบ คือ คนที่เริ่มเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ด้วยการวางแผนหลายทางไม่ทุ่มเคสเดียว จับมือทำงานร่วมกับ AI และระบบคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่เดิม สร้างคนและทักษะให้ทันเกม พร้อมวางกติกา เรื่อง ความปลอดภัยและความรับผิดชอบตั้งแต่ต้น
เมื่อถึงช่วงที่เริ่มเห็นผลจริง มันจะช่วยให้ธุรกิจคิดและลองสิ่งที่เดิมช้ามากหรือทำยากให้ทำได้เร็วขึ้น ตัดสินใจได้แม่นขึ้นและสร้างความได้เปรียบก่อนคู่แข่ง ผ่านงานทดลองกับเครือข่าย และ การเลือกโจทย์ที่ตรงกับงานของตัวเอง
💛 ติดตามเพจเราไว้ เพื่อรับความรู้สาระดี ๆ แบบนี้ได้ประจำครับ
#ใช้aiให้ดีต้องมีinsight #insightist #AI #topic #idea #EventInsight #SiamQuantumSquare #QuantumComputing #QuantumMachineLearning #AI #QuantumAI #IBMThailand #IBM