Techsauce HealthSpan Festival 2026
10 session
จากศิริราชสู่ Global Medical Hub จีโนมิกส์ คือ อาวุธที่ไทยยังไม่เคยใช้จริง

สรุป Session: Road to Global Medical Hub: พิมพ์เขียวการสร้างระบบสุขภาพแห่งอนาคต จากงาน Techsauce Healthspan Festival 2026 โดย
ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช, แพทย์ผ่าตัดมะเร็ง
🔶 Perfect Storm วิกฤตที่เราเผชิญอยู่
ประเทศไทยเผชิญกับพายุที่สมบูรณ์แบบซึ่งมาพร้อมกัน ทั้ง วิกฤตเศรษฐกิจ จากการพึ่งพาเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว วิกฤตการคลัง ที่ทำให้หนี้สินครัวเรือนพุ่งสูง และ วิกฤตด้านสุขภาพ ที่มักถูกมองข้าม เราได้ประมวลมาว่ามี 4 จุดวิกฤต (Critical Points) ด้าน Healthcare ที่ต้องหา Strategy เพื่อเปลี่ยนให้เป็นโอกาสสร้าง Medical Hub
🔹 NCDs = กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
🔹 MedTech = การนำเข้าเทคโนโลยี
🔹 Cancer = โรคมะเร็ง
🔹 Aging Society = สังคมผู้สูงอายุ
🔶 เสาหลักที่ 1 NCDs & Precision Genomics: กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง กับอาวุธลับชื่อ จีโนมิกส์
🔹 3/4 ของผู้เสียชีวิตมาจากกลุ่มโรค NCDs
🔹 30–60 กลุ่มวัยทำงาน (ปี) มีแนวโน้ม NCDs สูงขึ้นเรื่อยๆ
🔹 เป้าหมายอยู่ที่ 500,000 Genomic Screening (คน)
แม้หน่วยงานอย่าง สสส. จะรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดน้ำตาล ลดเค็มอย่างต่อเนื่อง แต่ช่องว่างในเชิงระบบยังคงมีอยู่ เราวิเคราะห์แล้วพบ 3 ปัจจัยหลัก
🔹 1. การดูแลแบบตั้งรับ (Reactive) คนไข้ต้องไป Screening เองจึงจะรู้ว่าตัวเองเข้าข่ายหรือไม่ ขาดการเข้าถึงเชิงรุก
🔹 2. ปัญหาการเข้าถึงสิทธิ ระบบเบิกจ่ายต้องมาในเวลาราชการ แต่กลุ่มวัยทำงานทำงานกลางวัน ทำให้เกิด Gap ในการเข้ารับบริการ
🔹 3. การคัดกรองแบบ One-Size-Fits-All แพ็กเกจ Mass Population (น้ำตาล, ไขมัน, ความดัน) ดีแต่ยังไม่ Targeted พอในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง
💎 กลยุทธ์: Tiered Precision Medicine + National Genomics
✅ Tier 1: ยังคง Broad Scale Prevention สำหรับประชากรกว่า 30 ล้านคนตามเดิม
✅ Tier 2 (ใหม่): ใช้ Targeted Genomic Screening ในกลุ่มเสี่ยง 500,000 คน เพื่อทำ Polygenic Risk Score ครอบคลุม NCDs, โรคหัวใจ, และมะเร็ง สร้าง National Genomics Database ที่เป็น Economic Asset ดึงดูดการลงทุน R&D จากภาคเอกชนและต่างชาติ
ศิริราชนำร่องด้านมะเร็ง, รามาฯ ดู NCDs, จุฬาฯ ดูโรคหายาก เราไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด เพียงต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว ด้วยค่าใช้จ่ายต่อหัวเพียงไม่กี่พันบาท แต่ Data Asset จะมีมูลค่ามหาศาล
🔹 ปีที่ 1–3
- สำรวจและสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เปิดตัว Pilot Genomic Screening นำร่อง
🔹 ปีที่ 4–5
- ขยายสู่ Broad Spectrum 30 ล้านคน พร้อมตรวจเชิงลึก 500,000 คน เก็บ Genomic Database
🔹 ปีที่ 5+
- ใช้ข้อมูลเลือกกลุ่มเป้าหมายแบบ Precise เพิ่มขึ้น พัฒนา R&D และดึงการลงทุนจากต่างชาติ
🔶 เสาหลักที่ 2 MedTech & Crossing the Valley of Death: ข้ามหุบเขาแห่งความตายของนวัตกรรมสุขภาพ
🔹 $3B+ มูลค่านำเข้า Medical Device ต่อปี (USD)
🔹 Valley of Death ช่องว่างระหว่าง Innovation กับ Commercial Success
🔹 New S-Curve โอกาสสร้างเศรษฐกิจ ฐานใหม่จาก Healthcare
ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ บอกว่า เรามี Startup และเด็กรุ่นใหม่ที่คิดค้น Innovation เก่งมาก แต่กลับไม่ไปถึงผลลัพธ์ที่ปลายทาง เราวิเคราะห์แล้วพบว่าติดกับดัก Valley of Death จาก 3 สาเหตุหลัก
🔹 1. ขาด Smart Capital ขาดแคลนการลงทุนคุณภาพสูงที่เข้าใจธุรกิจด้านสุขภาพอย่างแท้จริง
🔹 2. ติดกับดัก Regulation ระเบียบเงื่อนไขมากมายที่ทำให้การขับเคลื่อนไม่คล่องตัว ในขณะที่ประเทศอื่น Launch สู่ตลาดไปแล้ว
🔹 3. ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เข้มงวด ทำให้ผลิตภัณฑ์ MedTech ไทยไม่สามารถเข้าสู่ตลาดในประเทศได้อย่างรวดเร็ว
🔹 กลยุทธ์: Health Tech One Fund
- ให้โรงพยาบาลเป็น Co-creator จับคู่กับสตาร์ทอัพ สร้าง Corporate VC แบบ Mayo Clinic Model โดยมี Governance กลางทำ Matching Fund และ Tax Incentive ที่ชัดเจน
- จัดตั้ง Health Tech One Fund ระดมทุนผ่าน Utility Token หรือ Fast Track IPO สร้างสะพานข้ามหุบเขาแห่งความตาย — ถ้าไม่รีบทำ เงินจะไหลออกต่างชาติตลอดเวลา และเราจะเสียโอกาสสร้าง New S-Curve ที่จะมาซัพพอร์ตเศรษฐกิจ Healthcare
🔶 เสาหลักที่ 3 Cancer Center of Excellence: ระบบดูแลมะเร็งแบบสหสาขาที่ได้มาตรฐานทั่วประเทศ
🔹 500 ผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ต่อวันในประเทศไทย
🔹 ฿1B+ ค่าใช้จ่ายดูแลมะเร็งต่อปี (~1% of GDP)
🔹 500K ผู้ป่วยมะเร็งในระบบปัจจุบัน
ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ บอกว่า ในฐานะแพทย์ผ่าตัดมะเร็ง พบว่าคนไข้มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ และ Patient Journey ในระบบปัจจุบันมีความ กระจัดกระจาย (Scatter) กว่าจะได้เจอหมอที่ใช่ โรคก็พัฒนาไปแล้ว เพราะมะเร็งวิ่งแข่งกับเวลา
เรามีแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งที่เก่งมากในทุกแขนง แต่จำนวนแพทย์รังสี แพทย์ผ่าตัด แพทย์ให้ยาเคมีบำบัด และ Genetic Counselor ยังน้อยเมื่อเทียบกับสัดส่วนผู้ป่วย
🔹 กลยุทธ์: High Capacity Cancer Hub + PPP
- สร้าง Multi-disciplinary Cancer Center แบบได้มาตรฐานร่วมกัน ระหว่างโรงเรียนแพทย์, โรงพยาบาลรัฐ และเอกชน กระจาย Excellence Center ไปในแต่ละ Area ไม่ให้กระจุกตัวเฉพาะในกรุงเทพฯ
- เพิ่ม Genetic Counseling, โปรแกรมดูแลคุณภาพชีวิต Survivor, ผู้ป่วยระหว่างรักษา และ Palliative Care ให้ผู้ป่วยได้รับการรักษามาตรฐานเดียวกันทุกสิทธิ์ ซึ่งจะดึงดูดผู้ป่วยต่างชาติด้วย เพราะค่ารักษาไทยถูกกว่าสิงคโปร์มาก ใช้รูปแบบ PPP (Public-Private Partnership) ร่วมกับบริษัทประกันสุขภาพ
✅ ระยะสั้น (ถึงปี 2570)
- ตั้ง Policy Board วาง National Cancer Governance เลือก Location Excellence Center ศูนย์แรก
✅ ระยะกลาง (ถึงปี 2575)
- ขยาย Excellence Center รายภาค ใช้ Telemedicine ส่งภาพมาปรึกษาส่วนกลาง
✅ ระยะยาว (ถึงปี 2580)
- ระบบ Multi-disciplinary ครบถ้วนทุกจังหวัด สร้างบุคลากรรองรับ ไม่ให้เกิดคอขวด
🔶 เสาหลักที่ 4 Silver Community & Aging Economy: เปลี่ยนสังคมผู้สูงอายุให้เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
🔹 2566 ปีที่ไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเป็นทางการ
🔹 2578 เข้าสู่ Aged Society ขั้น Super-Aged
🔹 1.5M ชาวต่างชาติที่คาดว่า จะมาร่วม Silver Community
ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ บอกว่า ประสบการณ์จากสนามพบว่า ผู้สูงอายุคนไทยฟิตกว่าฝรั่งมาก อายุ 65 ปีหลายคนยังเดินปร๋อ เล่นกีฬา แข็งแรงมาก สังคมผู้สูงอายุไม่ใช่ภาระ แต่เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่
ชาวต่างชาติจำนวนมากต้องการนำเงินสะสมมาพำนักในช่วงบั้นปลายชีวิตที่เมืองไทย เพราะรู้สึกผ่อนคลายและมีค่าครองชีพที่เหมาะสม สถานที่ที่มีศักยภาพ ได้แก่ เชียงใหม่, พัทยา และหัวหิน ซึ่งหัวหินเหมาะเป็นพิเศษเพราะควบคุมการเติบโตได้ดีและไม่วุ่นวาย
🔹 กลยุทธ์: Blue Zone Silver Community
- สร้าง Silver Community ที่ไม่ใช่แค่บ้านพักคนชรา แต่เป็น Blue Zone Community ที่ครบด้วย โภชนาการ, Activity Daily Living, Social Engagement และการมี Purpose ในชีวิต
ออกแบบ Logistics เฉพาะ เช่น รถบัส Universal Design, Housing Community, สวัสดิการสุขภาพ ครอบคลุมทั้งผู้สูงอายุไทยและต่างชาติ พร้อมพัฒนา Elite Card + Insurance Package ร่วมกับภาคเอกชน ประเมินว่าชุมชนนี้จะเพิ่ม GDP ได้ถึง 1.5%
ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ บอกว่า เราต้องเปลี่ยนวิกฤต 4 เรื่องให้เป็นโอกาสระดับโลก
เราเสนอให้จัดตั้ง Thailand Global Medical Hub Fund เปิดโอกาสให้ภาครัฐและเอกชนร่วมลงทุน ขับเคลื่อนทั้ง 4 เสาหลักพร้อมกัน สร้าง Feedback Loop ที่ยั่งยืน เพราะมีเม็ดเงินหมุนเวียนกลับเข้ามาซัพพอร์ตระบบ
สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การเปลี่ยนคนไข้ผู้ที่เคยเป็นเพียง ผู้รับผลประโยชน์ ให้กลายเป็น เจ้าของร่วม (Owner) ของระบบสุขภาพแห่งอนาคต
💎 Genomics for NCDs
- สร้าง National Genomics Database ตรวจเชิงลึก 500,000 คน
💎 Health Tech One Fund
- ข้ามหุบเขาแห่งความตาย ให้ MedTech ไทยไปถึงตลาดจริง
💎 Cancer Excellence Hub
- Multi-disciplinary Center มาตรฐานเดียวทั่วประเทศ
💎 Silver Community
- Blue Zone ดึงดูดต่างชาติ 1.5 ล้านคน เพิ่ม GDP 1.5%
และ
🔹 +1.5% GDP จาก Silver Community
🔹 +0.5% GDP จาก MedTech & Cancer Hub
🔹 2580 เป้าหมายปลายทาง
👉 ไทยกำลังพลิกวิกฤตสังคมสูงอายุและโรค NCDs ให้เป็นตลาดแพทย์ระดับโลก ด้วยการสร้างฐานข้อมูลจีโนมคนไทย 500,000 คน ตั้งกองทุนนวัตกรรม และออกแบบนโยบายดึงคนไข้ต่างชาติเข้ามา แทนที่จะปล่อยเงินไหลออกไปสิงคโปร์ปีละกว่าแสนล้านเหมือนเดิม ใครที่อ่านเทรนด์นี้ออกก่อน ไม่ว่าจะเป็นสตาร์ทอัพ MedTech นักลงทุน หรือองค์กรด้านสุขภาพ ก็มีโอกาสปักหมุดอยู่ในตลาดที่กำลังจะระเบิดตัวในอีก 5-10 ปีข้างหน้านี้
💛 ติดตามเพจเราไว้ เพื่อรับความรู้สาระดี ๆ แบบนี้ได้ประจำครับ
#ใช้aiให้ดีต้องมีinsight #insightist #AI #topic #Idea #EventInsight #Techsauce #TechsauceHealthspanFestival2026 #Healthcare #HealthspanEconomy #MedTech #CancerHub #Siriraj #ศิริราช