Thailand Marketing Day 2025
4 session
จากยิง Ads อย่างเดียว → สร้าง Partners ด้วย RADAR Affiliate Framework 5 ข้อ สูตรสร้างพันธมิตรย…

💎 Affiliate เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระยะยาว ไม่ใช่แค่แคมเปญระยะสั้น
สรุป Session: Workshop 3: Affilate Marketing: How to Launch an Effective Affiliate Marketing Program for Your Own E-Commerce Channel — Within 90 Days, Affiliate แรงแบบไม่ต้องยิงแอด ช่องทางขายเพิ่มขึ้น 10 เท่าภายใน 90 วันจากงาน Thailand Marketing Day 2025 Workshop Stage โดยคุณไว ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพรซ์ซ่า (Priceza) จำกัด
🔶 ทำไมวันนี้ทุกคนต้องกลับมาคุยเรื่อง Affiliate กันจริงจัง
- คุณไวเริ่มเล่าจากภาพใหญ่ E-Commerce ใน Southeast Asia: ปี 2025 โตเฉลี่ย 16% ทั้งที่เศรษฐกิจช่องทางอื่นอาจจะนิ่งหรือติดลบ แต่ E-Commerce ยังโตเลข 2 หลักอยู่
- ไทยเป็นตลาด E-Commerce ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากอินโดฯ และปี 2025 ยอดขาย E-Commerce ไทยคาดว่าจะทะลุ 1 ล้านล้านบาท ถึงปี 2030 คาดว่าทะลุถึง 2 ล้านล้านบาท
- โอกาสไม่ได้อยู่แค่ขายในไทย แต่เริ่มเห็นแพลตฟอร์มชวนแบรนด์ไทยเข้า โปรแกรมขายข้ามประเทศ / International Program มากขึ้น
คุณไวบอกว่า ถ้าวางแผนขายในไทยอย่างเดียว ปีหน้าคุณอาจเสียโอกาส เพราะเกม E-Commerce เริ่มเป็นเกมภูมิภาคแล้ว ไม่ใช่แค่เกมในประเทศ
🔶 ภาพรวม E-Commerce 2025 ที่น่าสนใจ
- คุณธนาวัฒน์แบ่งช่องทางขาย E-Commerce ในไทย เป็น 5 ก้อนหลัก:
💻 1. Marketplace (~50%)
- เป็นครึ่งหนึ่งของยอดขาย E-Commerce ไทย
- แต่ค่าธรรมเนียมก็เริ่มขยับจาก 20% มีโอกาสไป 25–30% ในอนาคต
💻 2. Video Commerce (~20%)
- รวม TikTok, YouTube Shopping, Facebook Reels ฯลฯ
- เป็นก้อนที่โตเร็วมาก เพราะคอนเทนต์ = การขาย ไปในตัว
💻 3. Social / Chat Commerce (~18%)
- ขายผ่านแชต กลุ่ม Line, Facebook, IG DM
💻 4. E-tailer / Brand.com (~4%)
- แบรนด์รายได้ระดับ หลายร้อยล้านถึงพันล้าน เริ่มหันมาเปิดเว็บ/Shopify ของตัวเองเยอะขึ้น เพราะหนีค่าธรรมเนียมแพง และไม่อยากฝากชีวิตไว้กับบ้านสีต่าง ๆ อย่างเดียว
💻 5. Quick Commerce (~8% แต่โตเร็วมาก)
- Shopee เตรียมไปสู่การส่ง ภายใน 1 ชั่วโมง
- ในจีนมีเคสส่งของภายใน 20 นาที และเริ่มใช้ Drone ส่งจริงแล้ว
🔶 จาก Content Creator → Creator Commerce
- คุณไวบอกว่า วันนี้ Creator ไม่ได้แค่ทำคอนเทนต์ แต่เป็นคนดันยอดขาย ให้แบรนด์จริง ๆ นี่แหละ Creator Commerce
🔹 ผู้บริโภค ไม่ค่อยเชื่อแบรนด์พูดเองแล้ว แต่เชื่อ Creator ที่เขาตามมากกว่า
🔹 คุณไว เล่าว่า 80% ของผู้บริโภคไทยมีแนวโน้มซื้อของจาก Creator ที่ตัวเองติดตาม มากกว่าข้อความจากแบรนด์โดยตรง
🔹 แพลตฟอร์มใหญ่ ๆ ก็ปรับตัวทันที
- YouTube เปิด YouTube Shopping, ปักตะกร้าใน Shorts ได้
- Facebook / IG ปักตะกร้าในคลิปสั้นได้
- TikTok, Shopee, Lazada ทำ Affiliate กันเต็มตัว
🔶 Priceza อยู่ตรงไหนในเกมนี้ + เคส 7-Eleven
- Priceza ทำหน้าที่เป็นเทคโนโลยีเบื้องหลัง ให้แบรนด์และ Retail เจ้าใหญ่
ตัวอย่างเช่น
🔹 เคสที่เล่าในห้องคือ 7-Eleven / All Online
- คนทั่วไปหยิบสินค้าจากแอปฯ 7-Eleven
- กดสร้างลิงก์ Affiliate แบบ ลิงก์ปักตะกร้า
- เอาลิงก์ไปแปะที่ไหนก็ได้ Facebook, TikTok, YouTube ฯลฯ
- มีคนกดซื้อตาม → คุณได้ค่าคอมฯ
🔹 Priceza คือ คนทำระบบหลังบ้านให้ 7-Eleven และแบรนด์อื่นอีกหลายราย
🔶 RADAR Framework 5 ขั้นตอนทำ Affiliate ให้เวิร์ค วางระบบ Affiliate ใน 90 วัน
✨ R – Research / A – Acquire / D – Deal / A – Activate / R – Retain
1. R – Research เลือก Hero Product ให้ชัด
- หาพาร์ตเนอร์ให้ถูกคน เลือกคนขายเก่ง คนที่เหมาะกับแบรนด์
🔹 ถ้าคุณมีสินค้า 100 SKU ห้ามโยนให้ Affiliate ทั้ง 100 ตัว เขาจะงงและไม่รู้จะขายอะไร
🔹 ให้เริ่มจากคำถามเดียวเลยว่า สินค้าตัวไหน คือ Hero ของเราในตลาด?
📌 ตัวที่ควรเอามาทำ Affiliate ก่อนคือ
✅ ขายดีที่สุดในร้าน
✅ ทำราคาสู้ตลาดได้
✅ คนรีวิวเยอะ คะแนนดี คนให้ 5 ดาวกลับมาเยอะ
🏢 ต้องหล่อก่อนขึ้นเวที เหมือนเราปั้นโปรไฟล์ขึ้น Tinder
📌 ถ้าหน้าสินค้าคุณรีวิว 0 / Order 0 / ไม่มีใครพูดถึง
→ Creator ไม่กล้าเสียเวลามารีวิวให้
📌 ถ้าคุณยังไม่มี Social Proof เลย
→ ช่วงแรกแบรนด์ต้องลงทุนเอง ยิงแอด ปั้นรีวิว ให้หน้าสินค้าดูน่าเชื่อถือก่อน
💎 เริ่มเลือกสินค้ายังไงให้เหมาะกับ Affiliate
- คุณไวบอกให้ Check List ง่าย ๆ แบบนี้
💡 ราคาไม่ต้องแพงมาก อยู่ราว ๆ 300–500 บาท จะกดซื้อได้แบบ ไม่คิดเยอะ
💡 เป็นแบรนด์ที่คนพอรู้จัก Creator ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายแบรนด์ยาว ๆ
💡 เป็นของที่ซื้อซ้ำได้ เช่น ข้าวสาร, น้ำปลา, น้ำมัน, ทิชชู่ ฯลฯ คือของที่ใช้แล้วใช้ซ้ำ
💡 น้ำหนักเบา ส่งง่าย แจก Sample สนุก
💡 ต้นทุน + โครงสร้างราคา ต้องเหลือที่ให้
- ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม
- ค่าโฆษณา
- ค่าคอมฯ Affiliate
- สุดท้ายยังพอมีกำไร ไม่ใช่ขายไปเพื่อยอดเฉย ๆ จาก โปรไฟล์ Product
2. A – Acquire: อย่านั่งรอ ต้องทักไปก่อน
- ทักหา เชิญเขามาร่วมโปรแกรม เปิดให้สมัคร ให้เข้ามาร่วม
- คุณไว บอกว่า ต้องมี 2 อย่างอยู่ในมือ
✅ รายการ Hero Product ที่อยากดัน
✅ ลิสต์ Creator / KOL / KOC ที่เหมาะกับแบรนด์ (อาจสัก 50–100 คน)
📌 สิ่งที่ห้ามทำ: ตั้งค่าคอมฯไว้เฉย ๆ แล้วนั่งรอให้ Creator วิ่งเข้ามาเอง
💎 ทำ Open Plan + ไล่จีบตัว Top ไปพร้อมกัน
- ตั้ง Open Plan ค่าคอมฯ มาตรฐาน เปิดไว้ให้ Creator ที่กำลังเริ่มต้นเข้ามาสมัครเอง
- แต่ Creator ตัว Top ที่ทุกคนอยากได้ เขาไม่มานั่งกดสมัครเล่น ๆ แน่นอน
→ แบรนด์ต้องทักไปก่อน
🧑💼 เทคนิคค่าคอมฯ 3 ระดับ
- สมมติคุณตั้งเพดานค่าคอมฯสูงสุดไว้ในใจที่ 10%
- Open Plan อาจตั้งแค่ 3%
- ส่วนต่าง 7% เก็บไว้เป็นพื้นที่ใช้เจรจา กับ Creator ตัว Top หรือ MCN
✨ ตัวอย่างเช่น เคส Gentlewoman คุณไวเล่าว่า คุณแพงที่เป็น CEO ทักเองเลยครับ ใช้ IG ส่วนตัว ทัก Influencer ที่ Character ดี เหมาะกับแบรนด์ แนะนำตัว ขอส่งสินค้าไปให้ลอง ไม่บีบบังคับ ไม่จ้างงาน แค่ส่งของไปให้ ค่อยๆ สร้างความสัมพันธ์
พอ Creator ใช้แล้วชอบ เขาจะค่อย ๆ ทำคอนเทนต์เอง กลายเป็นความสัมพันธ์ระยะยาว
🔶 เพราะงาน Affiliate จริง ๆ คือ Business Development
- คุณไวเทียบชัดเลยว่า Affiliate Manager คือ Partnership Manager คือคนที่ต้องค่อย ๆ จีบ สร้างสัมพันธ์ ดูแลกันยาว ๆ เขาไม่เชื่อวิธีจ้าง Agency มาหา Affiliate ให้แล้วจบ เพราะ Agency ไม่ได้อินกับแบรนด์เท่าคุณ การจีบผ่านตัวกลาง มักได้แค่ตัวเลข แต่ไม่ได้หัวใจ
3. D – Deal: เจรจาแล้วต้องออกแบบข้อเสนอให้ฉลาด
- คุยเงื่อนไข ค่าคอมฯ โบนัส กติกา ให้ Fair ทั้งสองฝ่าย
- การให้ Incentive กับ Creator ไม่ได้มีแค่ค่าคอมฯ อย่างเดียว มีค่าอื่น ๆ:
🧑💼 ค่าตัว — ให้เป็นค่าเริ่มต้นทำคอนเทนต์
🧑💼 สินค้า — ส่งของไปให้เลย ซึ่งส่วนใหญ่ดีกว่าให้เงินด้วยซ้ำ เพราะ Creator ได้ของไปทำคอนเทนต์ต่อได้อีก
🧑💼 สิทธิพิเศษ — ให้ลอง Collection ใหม่ก่อนคนอื่น Creator รู้สึก Proud ที่ได้อวดก่อนชาวบ้าน
4. Activate: ทำยังไงให้เขาเริ่มโพสต์ เริ่มรีวิว เริ่มขายเร็วที่สุด
- คุณไวเสนอให้คิดเป็นรอบสั้น ๆ แบบ 3 สัปดาห์ / 1 Sprint
✅ Week 1 – เตรียมของให้พร้อม ตั้งแต่การส่งลิงก์, ส่ง Creative รูปสวยๆ วิดีโอพร้อมใช้ ให้ Creator ไม่ต้องเสียเวลาถ่ายเอง เอาไปต่อยอดง่ายขึ้น
✅ Week 2 – Launch & Incentive
- ปล่อยแคมเปญ
- ประกาศ Bonus / Mission ง่าย ๆ ให้ Creator เริ่มทำคอนเทนต์
✅ Week 3 – วัดผล + อัปเกรด
- ดูว่าใครเริ่มลงคอนเทนต์แล้ว
- คอนเทนต์แบบไหนยิงแล้วขายได้
- มีตัวไหนควรเอาไป Boost Ad / ทำซ้ำ / ต่อรองเรทยาว ๆ
5. Retain: ดูแลความสัมพันธ์ รักษาตัวเก่ง ๆ ให้อยู่กับเรายาว ๆ
- คุณไวบอกว่า หลังจาก Creator เริ่มทำงานแล้ว คำถามคือ ทำยังไงให้เขาอยู่กับเราไปเรื่อย ๆ ไม่หนีไปหาแต่คู่แข่ง? มี 2 อย่างหลัก ๆ
💻 1. สร้าง Community ของ Affiliate เอง
ตัวอย่างเช่น เคส NocNoc หรือ Double A
- ดึง Creator / Affiliate มาอยู่ในกลุ่ม Line / OpenChat ของตัวเอง
- มีช่องทางสื่อสารตรง ประกาศ Mission / แจก Sample /บอกข่าวแคมเปญได้ทันที
💻 2. ใช้ Mission แทนแค่ค่าคอมฯ
ตัวอย่างเช่น
- ทำคลิปครบ 10 คลิป → ได้โบนัส 500 บาท
- ทำครบ 20 คลิป → ได้โบนัสเพิ่ม
- จัด Ranking / แจกของรางวัล
- แจก iPad, แจกทอง ฯลฯ ให้ Top Seller / Top Creator
🧑💼 ถ้าจะเอา RADAR ไปใช้จริงในองค์กร ต้อ
ย้อนกลับไปดูมีประมาณนี้:
✅ คุณมี Hero Product ชัดเจนหรือยัง? หรือยังยิงทุกตัวเท่ากันหมด
✅ Product Page คุณหล่อ พอสำหรับ Creator หรือยัง (รีวิว / Rating / โปรไฟล์ภาพรวม)
✅ มีคนในทีมที่เป็น Affiliate / Partnership Manager จริง ๆ หรือยัง ไม่ใช่โยนให้ Agency แล้วจบ
✅ โครงสร้างราคา + Margin ของคุณรองรับ
- Platform Fee + Ad + Affiliate Commission แล้ว “ยังมีกำไร” ไหม
✅ คุณมี Community ของ Affiliate / Creator เป็นของตัวเองหรือยัง?
- ถ้าวันหนึ่งแพลตฟอร์มเปลี่ยนกติกา คุณยังติดต่อพวกเขาได้อยู่ไหม
👉 ถ้าแบรนด์ไหนเริ่มตั้งแต่วันนี้ วาง RADAR ให้ครบ 5 ตัวภายใน 90 วัน น่าจะเริ่มเห็นเค้าลางแล้วว่า Creator แบบไหนที่รักเรา, สินค้าแบบไหนที่ขายขึ้น, และช่องทางไหนที่เหมาะกับ Own Channel ของเราเองที่สุด
…..
💛 ติดตามเพจเราไว้ เพื่อรับความรู้สาระดี ๆ แบบนี้ได้ประจำครับ
#ใช้aiให้ดีต้องมีinsight #insightist #AI #topic #idea #eventinsight #MATSociety #ThaiilandMarketingDay2025 #PrompttheFuture #PrompttheFutureThePowerofMarketing #ECommerce #Marketplace #VideoCommerce