The Standard Economic Forum 2025
6 session
จากศิริราช → ศูนย์กลางการแพทย์โลก ด้วย Medical Hub + Innovation Hub เพื่อสร้าง AI แพทย์ไทยที่ท…

💎 หากเราได้รับโอกาส ปัจจัยต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ก็จะเป็น Medical Hub และ Innovation Hub ของโลกใบนี้ได้ครับ
สรุป Session: Strengthening Thailand’s Healthcare for a Global Medical Hub เสริมฐานรากระบบสุขภาพไทยปูทางสู่ศูนย์กลางการแพทย์โลก จากงาน The Standard Economic Forum 2025 โดย ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล, คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
🔹 อาจารย์อภิชาติ เริ่มเล่าว่า ประเทศไทยมีระบบการแพทย์และสาธารณสุขที่แข็งแรง เป็นที่ยอมรับระดับโลก แต่ในขณะเดียวกัน ก็เจอ แรงกดดัน หลายด้านพร้อมกัน
🔶 1. ภาวะโลกร้อนส่งผลต่อสุขภาพ
- โลกร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้คนป่วยเพิ่มขึ้น ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ สภาพแวดล้อมเสื่อม ใจคนแย่ลงตาม
🔶 2. สังคมผู้สูงอายุท่วมท้นแล้ว
- นี่คือ สิ่งที่ เกิดขึ้นจริง ๆ ประเทศหลายแห่งของโลกรวมไทยอยู่ในภาวะนี้ 🟢 ประเทศไทยสถานการณ์:
- ปัจจุบัน เป็น สังคมผู้สูงอายุสมบูรณ์ แล้ว
- อีกไม่กี่ปี จะเป็น Super-aging
- ใน 20 ปีข้างหน้า คนอายุ 60+ จะเป็น 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด
🔶 3. โรคเรื้อรังพุ่งสูง
- เบาหวาน
- ความดัน
- ไขมัน
- มะเร็ง
ค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลพุ่งสูงขึ้น
- ไทยมีเทคโนโลยีใหม่ มียาใหม่ มีวัคซีนดี ซึ่งทั้งหมดนี้ ทำให้คนอยู่ได้นานขึ้นจริง แต่ก็มามัน ค่าใช้จ่ายสูงตามไปด้วย
🟢 ตัวเลขจริงไทย:
- ประเทศไทยใช้เงิน 5.4% ของ GDP (รายได้ประเทศทั้งปี) ไปกับการรักษาพยาบาล เป็นอันตรายต่ออนาคต
- เทียบเป็นการเพิ่มตัวเลข ในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตั้งแต่มีระบบประกันสุขภาพของชาติ
อาจารย์อภิชาติเล่าว่า หลัง Covid 19 ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในไทยขึ้นมาประมาณ 5.4% ของ GDP และโตเร็วกว่าที่เศรษฐกิจโต
🔶 อายุขัยของไทย
- อาจารย์อภิชาติบอกว่า ตอนนี้คนไทย อายุเฉลี่ยประมาณ 75 ปี แต่อายุที่ อยู่ได้แบบไม่พึ่งคนอื่น ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลยาว ๆ อยู่ที่ประมาณ 65 ปี
โจทย์ของระบบสุขภาพไทยต่อจากนี้ไม่ใช่แค่ ทำให้อายุยืน แต่ทำให้ยืนแล้วยังแข็งแรง ไม่ต้องพึ่งพา ด้วย Longevity และ Healthy Aging การแก่แบบยังมีคุณภาพชีวิต
💎 สัญญาณดีของไทย
🔶 1. ประเทศไทยเขามีระบบสุขภาพที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกถึง 4 ปัจจัย
1. เรามีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี
2. มีคุณหมอพยาบาลที่แข็งแกร่ง
3. มีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่เราค่อนข้างที่จะดี
4. มีความพร้อมของรัฐบาลที่สนับสนุนเหล่านี้
หมออภิชาติบอกว่า สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้มีความมั่นใจว่า เราเป็น Destiny ของคนทั่วโลกที่อยากจะมารักษาที่ประเทศไทย และ โรงพยาบาลไทยหลายแห่งได้มาตรฐานระดับสากลอย่าง JCI ไทยเป็น อันดับ 1 ในอาเซียน และ อันดับ 4 ของโลก ในจำนวนที่ได้รับรับรอง
🔶 2. หัวใจ ของการให้บริการ
- หมอพยาบาลไทย ให้ความสำคัญกับ Empathy มากกว่าแค่เทคนิค ผู้ป่วยชาวต่างชาติบ่นว่า ที่ไทยเขาสัมผัสความเอาใจใส่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
🔶 3. เศรษฐกิจด้านสุขภาพแข็งแกร่ง
- ค่าใช้จ่ายไทยถูกกว่าประเทศอื่น ทำให้ Wellness Economy ของไทยเป็น top ของโลก เศรษฐกิจด้านอบรมสุขภาพเท่านั้นมูลค่า 40.5 พันล้านเหรียญ ต่อปี
🔶 4. ท่องเที่ยวสุขภาพเฟื่องฟู
- มีชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวและรักษาตัวกว่า 13.5 ล้านคนต่อปี ที่ 1 ใน 3 เป็นชาวต่างชาติ เพราะหลายเหตุ สวนเสน่ห์ปลอดภัย ความเป็นไทยด้วย
🔷 เพราะอะไรคนถึงอยากมาไทย?
- ธรรมชาติสวย หลากหลาย
- อาหารอร่อย และปรับให้สุขภาพขึ้นได้
- คนไทยใจดี เป็นมิตร
- รักษาโรคก็ได้ พักผ่อนก็ใช่
🔶 เรียนรู้จากแบบสแกนดิเนเวีย: ธรรมชาติเป็นยา
- ในสแกนดิเนเวียทำสิ่งที่เรียบง่าย แต่ชาญฉลาด พวกเขาให้คนเพลิดเพลินกับธรรมชาติ ไม่ใช่แค่ออกกำลังกาย แต่เป็นการใจเย็น อยู่แบบธรรมชาติ
ศ.นพ.อภิชาติบอกว่า ไทยเราน่าจะทำแบบนี้ได้เพราะมีของให้จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติสวยๆ วัฒนธรรมไทยเก่าแก่ อาหารไทยอร่อย และที่สำคัญคือ จิตใจคนไทยที่อ่อนโยนของพวกเรา
ถ้าเราทำให้ระบบสาธารณสุขไทยมีส่วนเสริมแบบนี้ (Prescribe เหมือนยา) ว่า คนที่เหนื่อยใจต้องไปแหล่ง Eco-ทัวร์, บูชาพระ หรือ กินอาหารไทยอาหารเซนต์ คนเหล่านี้อาการจะหาย ตั้งแต่อยู่บ้านก่อนเข้าโรงพยาบาล
🔶 ดูแล ตั้งแต่ท้องแม่ ถึงหลังเกษียณ
- อาจารย์อภิชาติพูดถึงเรื่อง หมอและพยาบาลไทยของเรา มีหน้าที่ดูแล ตลอดชีวิต ตั้งแต่เด็กในท้องแม่ เด็กเล็ก วัยรุ่น วัยทำงาน ถึงเกษียณ ก่อนจะเสียชีวิต
- อาจารย์อภิชาติ บอกว่า เราไม่ได้แค่รักษาคนไข้ธรรมดา เรากำลังเก็บเกี่ยว สุขภาพของคน ตั้งแต่ในท้องแม่ แม้กระทั่งบางครั้งคนไทยกับต่างชาติมารักษา ลูกในท้องแม่ ที่ศิริราชด้วย
🔶 โครงการ Use Case ที่ศิริราชทำอยู่
✨ ตัวอย่างเช่น
1. Mobile Stroke Unit รถพิเศษที่ออกไปช่วยคนไข้เส้นเลือดสมองตีบ ตั้งแต่ยังไม่ถึงโรงพยาบาล ลดเวลารอ, เสียชีวิต หรือโอกาสพิการถาวร
- การร่วมมือหลายกระทรวง ทุ่มงบทำรถแบบนี้ 21 คัน กระจายไปโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ
2. AI in Healthcare เข้าใจภาพ X-Ray ได้เทพ
- ศิริราชร่วมกับบริษัท Perceptra สร้างระบบ AI ที่ อ่านภาพ X-Ray ทำได้แม่นยำกว่า 90% บอกได้ว่า รูปไหนมีปัญหา 9 แบบ และตอนนี้ สปสช. เอาไปใช้งานแล้ว ว่าจะมีโรงพยาบาล 1,200 แห่งใช้ในอีก 3 ปี
นอกจากนี้กำลังต่อยอดไปสู่ AI Mammogram เพื่อช่วยตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมในผู้หญิงเอเชีย เพราะเรื่องสรีระต่างกัน
3. DNA Genome ของไทย จากห้องแล็บสู่เศรษฐกิจประเทศ
- อาจารย์อภิชาติเน้นหนักมากว่า ประเทศไทยห้ามหยุดแค่การเป็น Medical Hub แต่ต้องเป็น Innovation Hub ด้วย เช่น
✨ ตัวอย่างจาก Use Case ศิริราช
- การตรวจรหัสพันธุกรรม (จีโนม) ของผู้ป่วยมะเร็งกว่า 11,000 คน ทำให้เลือกการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะคนได้ดีขึ้นและ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้ประเทศได้กว่า 270 ล้านบาท เพราะไม่ต้องส่งตรวจต่างประเทศ
- การร่วมมือกับสถาบันระดับโลกอย่าง Oxford ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ตรวจจีโนม
- ตั้งศูนย์วิจัยเพื่อให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาทำงานวิจัยร่วมกับไทย กลายเป็นรายได้กลับเข้าประเทศ
4. BRCA test ฟรี
- ตรวจจีโนม BRCA1 BRCA2 (ยีนเสี่ยงมะเร็งเต้านม, มะเร็งรังไข่) เพื่อให้ผู้หญิงทำนายและป้องกันตัวเอง ได้เข้าระบบสิทธิประโยชน์แห่งชาติ (สปสช.) แล้ว
5. CAR T-cell treatment (รักษามะเร็งแบบใหม่)
+ บำบัดคนไข้มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ไขกระดูกหรือ ที่รักษาแบบเดิมไม่ได้แล้ว รักษาคนไข้มะเร็งด้วยการ:
- เอาเซลล์ภูมิคุ้มกัน (White blood cell) ของคนไข้มาเอง
- ปรับแต่ง (Genetic engineering) ให้รู้จัก เซลล์มะเร็ง และฆ่ามันได้
- ส่งเซลล์ที่ปรับแต่งเป็น CAR T-Cell กลับเข้าร่างกาย = ฆ่ามะเร็งหมดสิ้น
🔷 ค่าใช้จ่ายครั้งเดียวราว 20 ล้านบาท แต่ต้องการมาก จึงอยากให้สร้าง Hub เพื่อให้ประเทศไทย เป็น ศูนย์ทำ CAR T-cell ของเอเชียเลย
🔶 Healthy Aging = ไม่เจ็บไม่ป่วยจนแก่
- อาจารย์อภิชาติ บอกว่า อนาคตของการแพทย์ไม่ใช่รักษาตอนป่วย แต่คือ ไม่ให้ป่วยตั้งแต่แรก สิ่งที่เขาต้องการ คือ คนไม่เจ็บไม่ป่วย เข้าสู่วัยแก่ เรียกว่า Healthy Aging ซึ่งหมายถึง ดูแลตัวเองได้ เข้าโรงพยาบาลน้อยลง ไม่ต้องเข้า ICU ที่ราคาแพง เก็บเงินได้มากขึ้น และคนแก่มีความสุข ไม่พึ่งพิงแพทย์ทั้งวัน
🔶 Pain Point งบวิจัยเรายังน้อยมาก
- แม้ภาพรวมของไทยจะดูสวย แต่หมอก็พูดความจริงแบบไม่แต่งว่า
- งบประมาณด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) ของไทยยังน้อยมากอยู่แถว ๆ 1.3% ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศ
- งานวิจัยต้องใช้ทั้ง คน เก่ง เงินเยอะ เครื่องมือดี แต่ตอนนี้ยังไม่พอ
- คนไทย บริจาคช่วยชีวิต เก่งมาก แต่ บริจาคเพื่อการวิจัย ยังน้อย เพราะผลลัพธ์วิจัยไม่เห็นทันทีแบบการช่วยค่ารักษา
🔶 สิ่งที่ศ.นพ.อภิชาติ มั่นใจ
- ประเทศไทยมี ความพร้อมจริง ๆ ในการเป็น Medical Hub และ Innovation Hub ของโลก แต่ต้องมี 4 แกนหลักเดินไปด้วยกัน
1. นโยบายชัดเจน ภาครัฐต้องเอาจริงทั้งด้านสุขภาพ นวัตกรรม และ AI
2. ทีมงานที่ดี รัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ประชาชน
3. การทรานส์ฟอร์มระบบเดิม ไม่ใช่แค่ซื้อเครื่องมือใหม่ แต่ต้องเปลี่ยนวิธีทำงาน
4. การดูแลคนไทยเป็นฐานสำคัญ การรับคนไข้ต่างชาติคือโอกาส แต่คนไทยต้องได้รับการดูแลที่ดี ไปพร้อมกัน
✨ และ 1 ในหัวใจสำคัญที่สุดคือ ผู้นำที่ เห็นภาพไกล กล้าตัดสินใจ และลงมือทำจริงจัง
👉 ถ้าเรามีทั้งระบบสุขภาพที่ดีผสานกับนวัตกรรมที่เราพัฒนาขึ้นเอง ใช้ AI อย่างมีสติและมีระบบ พร้อมบุคลากรที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ก็มีโอกาสจะก้าวขึ้นเป็นทั้ง Medical Hub และ Innovation Hub ของโลกได้จริง
…..
💛 ติดตามเพจเราไว้ เพื่อรับความรู้สาระดี ๆ แบบนี้ได้ประจำครับ
#ใช้aiให้ดีต้องมีinsight #insightist #AI #topic #idea #thestandardeconomicforum2025 #thailandnextfrontier #Medicalhub #innovationhub #siriraj #ศิริราช