
โดย Thanedpol Dechaduangsakul | เผยแพร่: 8 สิงหาคม 2569 | อ้างอิง: ชีวิตติด AI
AstroNeko สตาร์ทอัพไทยสร้าง AI ที่ผสมโหราศาสตร์กับข้อมูลจริง ใช้วิเคราะห์ทั้งคน บริษัท และคริปโต
ผู้ก่อตั้งเปลี่ยนจากไม่เชื่อเรื่องดวงเลย มาเป็นเชื่อ หลังทำ Forward Test เจอความสัมพันธ์ของ Bitcoin กับตำแหน่งดวงดาวต่อเนื่องหลายปี
เบื้องหลังคือ Agentic Pipeline ที่ผสม Fundamental, Technical, ดวงดาว และ Sentiment ข่าวเข้าด้วยกัน ต่างจาก ChatGPT หรือ Gemini ที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อ Predictive
งานที่เคยใช้เวลา 2,000 ชั่วโมงอย่างเขียนโค้ด ตอนนี้เหลือราว 20 ชั่วโมงเมื่อมี AI ช่วย
ปิดท้ายด้วยคำเตือนเรื่อง AI Disrupt งาน ที่คนทำงานทุกสายควรอัปสกิลตาม
สรุปคลิป Youtube: AI War Room: The Playbook Series EP.02 AI กำลังเปลี่ยนจากเครื่องมือไปเป็นเพื่อนร่วมงาน จากช่องชีวิตติด AI
ช่วง 2 เดือนล่าสุด ยอดการใช้งาน AI สายดูดวงเติบโตต่อเนื่อง มี AI ดูดวงเปิดตัวใหม่หลายตัว บางส่วนถึงขั้นเอากราฟราคาไปทำนายด้วยศาสตร์โหราศาสตร์ — ผลลัพธ์บางครั้ง "แม่นเกินคาด" ในบางช่วงเวลา แม้ผู้ร่วมรายการจะย้ำว่าไม่ได้ถูกทั้งหมด แต่ก็น่าสนใจพอที่จะชวนมาคุยกันในตอนนี้ว่ากระแสนี้เป็นเรื่องจริงแค่ไหน
Generative AI — จุดเริ่มต้น ใช้ LLM สร้าง Content / สร้างภาพ เน้นงาน Creative เป็นหลัก
Reasoning Model — เริ่มทำงานที่เป็นเหตุเป็นผลได้ เช่น เขียนแผนธุรกิจ วิเคราะห์การเงิน
Agentic AI + Skills — เข้าถึงเครื่องมือจริงได้ (OpenAI, Microsoft Copilot, Cursor) ทำงานต่อเนื่องแทนคนทั้งกระบวนการ
~2,000 ชม. เวลาที่งานอย่างเขียนโค้ด/สร้างไลบรารีเคยใช้
~20ชม. เวลาที่เหลือหลังใช้ AI ช่วย (ยังบอกไม่ได้ว่าเหลือแค่หลักนาที)
ข้อดี คือ AI ทำงานเร็ว แต่หลายครั้งก็ยังทำงานผิดพลาด ต้องมีคนช่วย Fine-tune และอัปเกรดสกิลให้ AI อยู่เรื่อยๆ
เบื้องหลัง Startup ไทย: โจทย์ที่ Dev ขาดที่สุด: เขียนโค้ดให้เข้าใจดวงดาว
คุณนัทมองว่าศาสตร์ดูดวงเป็นศาสตร์ที่ Dev น่าจะขยาดที่สุด เพราะมีความซับซ้อนต่างจากตรรกะการเขียนโปรแกรมปกติ โปรแกรมทั่วไปมี Requirement ชัดเจน หรือถ้าไม่มี Dev เก่งๆ ที่มี Logic แข็งก็ยังคิดหาทางออกได้เอง แต่พอเป็นศาสตร์การพยากรณ์ จะมีคำศัพท์และกระบวนการเฉพาะทางที่ไม่ลิงก์กับตรรกะทั่วไปเลย เช่น
"พอพฤหัสบดีชนดาวพุธเดินถอยหลังปุ๊บ ข่าวสารจะเพี้ยน" — ต้องจำเป็นเรื่องใหม่ทั้งหมด ไม่สามารถอนุมานต่อจากความรู้เดิมได้เลย
ทำให้กระบวนการพัฒนา AI สายนี้ยากกว่าปกติ โดยเฉพาะกับทีมที่ส่วนใหญ่เรียนมาสายวิทยาศาสตร์ ซึ่งมักมองว่าศาสตร์ดูดวงเป็นเรื่องงมงายมาก่อน
ทั้งคุณนัทและคุณอั้นไม่เคยเชื่อเรื่องดวงมาก่อนเลย จุดเปลี่ยนคือการเห็นความสัมพันธ์ระหว่างการขึ้น-ลงของ Bitcoin กับตำแหน่งดวงดาว ที่ติดตามแบบ Forward Test มาตลอดตั้งแต่เริ่มศึกษา ไม่ใช่แค่ทดสอบย้อนหลัง (Backtest) เพียงอย่างเดียว
เดิมมีเครื่องมือวิเคราะห์หลักแค่ 2 ศาสตร์ — Fundamental (ปัจจัยพื้นฐาน) และ Technical (สถิติราคา) — ตอบไม่ได้ว่า Bitcoin จะขึ้นเดือนไหน
เพื่อนที่ปัจจุบันเป็น Co-founder ด้วยกัน ("หมอเต้") ตอบได้แม่นยำว่า Bitcoin จะขึ้น-ลงเดือนไหน วันไหน จึงเริ่มศึกษาต่อจากเขา
พบว่าตัวแปรที่ขาดหายไปจากสมการคือ "เวลา" — และดวงดาวคือตัวบอกเวลาที่แม่นที่สุด เพราะไม่มีใครเปลี่ยนวงโคจรของดาวเสาร์ ดวงอาทิตย์ได้ ต่างจาก Indicator อย่าง RSI หรือ MA ที่มนุษย์สร้าง/เปลี่ยนเองได้
เมื่อผสมกับ Sentiment Analysis พบว่าช่วงเวลาที่ดวงดาวชี้ว่าคน "โลภ" ตลาดก็โลภจริง ช่วงที่ชี้ว่า "กลัว" ตลาดก็กลัวจริง สอดคล้องกันอย่างเป็นระบบ
"เราไม่ได้ทำแค่ Backtest เรา Forward Test ไปตลอด ตั้งแต่เริ่มมาศึกษาด้านนี้ แล้วเราก็เห็นความสัมพันธ์ของมันจริงๆ"
— คุณประณัฐ พรศรีนิยม (นัท)
นอกจากดวงดาวกับคริปโตแล้ว คุณนัทยังศึกษาโหราศาสตร์ Birth Chart (แผนที่ชีวิตแบบตะวันตก) และพบว่าสามารถบอกได้จริงว่าคนคนหนึ่งเหมาะกับอาชีพอะไร — คนที่ทำงานไม่ตรงกับดวง สุดท้ายมักหวนกลับมาทำงานที่ตรงกับดวงอยู่ดี จากนั้นจึงต่อยอดไปเรียนรู้ BaZi (ปาจื้อ) หรือ "4 เสาชะตา" ของจีน ที่มีทั้ง 10 เทพและ "ถนนชีวิต" ซึ่งพิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งในฐานะผู้ไปขอดูดวงและในฐานะผู้ลงมือวิเคราะห์เอง
"มนุษย์ต่างจากสัตว์อื่นตรงที่มนุษย์อยากรู้เรื่องอนาคต สัตว์อื่นตื่นมาก็หาวิธีเอาตัวรอดรายวัน แต่มนุษย์เป็นสิ่งเดียวที่อยากรู้อนาคต — ในสมัยที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ สิ่งเดียวที่มองออกไปได้คือท้องฟ้า"
— คุณประณัฐ พรศรีนิยม (นัท)
ดวงจันทร์ทำให้น้ำขึ้นน้ำลง → เชื่อมโยงกับการเพาะปลูก/ฤดูกาล
ดวงอาทิตย์ให้แสงสว่าง เกิดกลางวัน-กลางคืน → เชื่อมโยงกับตัวตนของคน
ดาวพฤหัสบดี/ดาวเสาร์เปลี่ยนตำแหน่งนานๆ ครั้ง → มักมาพร้อมเหตุการณ์ใหญ่
คุณนัทมองว่าศาสตร์เหล่านี้คือ "สถิติที่เก่าแก่ที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษยชาติ"
ในประวัติศาสตร์ Blood Moon เคยเกิดขึ้นในคืนที่กรุงคอนสแตนติโนเปิลแตก ชาวคริสต์ในยุคนั้นเชื่อว่าทุกครั้งที่เกิด Blood Moon มักตามมาด้วยเรื่องร้าย — ล่าสุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดรับข่าวเรื่องอิหร่านตั้งแต่วันจันทร์แต่หุ้นยังไม่ร่วง จนกระทั่งคืนวันอังคารเกิด Blood Moon
-6% ดัชนีหุ้นญี่ปุ่น
-3~4% ดัชนี Dow Jones
Circuit Break: ตลาดหุ้นไทย เปิดวันพุธแล้วหยุดซื้อขายทันที
คุณนัทสรุปว่า ปรากฏการณ์แบบนี้เกิดซ้ำเป็นแพทเทิร์นที่วัดผลได้จริง จึงมองว่าเป็น "Data Science อย่างหนึ่ง มากกว่าจะเป็นแค่ความเชื่องมงาย
คำถามที่ ดร.บิ๊ก ชวนคุณอั้นคุย: ยากแค่ไหนที่ต้องสื่อสารเรื่องดวงดาวให้ทีม Dev เข้าใจ ทั้งที่ปกติเขียนโปรแกรมไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องโหราศาสตร์เลย?
"สิ่งที่สำคัญกว่าการไปบอก Dev ว่าดาวพุธ ดาวพฤหัสบดีคืออะไร คือการสร้าง Agentic Pipeline — ใส่ Input แล้วก็ Output เพื่อให้เกิด Logic และได้ผลลัพธ์ออกมา"
— คุณ Vithan (อั้น)
สื่อสารกับทีมด้วยภาษาโมเดล — นี่คือ Input นี่คือ Output แล้วค่อย Workflow โมเดลตรงกลางออกมา
การพัฒนา LLM ไปอีกขั้น: ใส่ Prompt/ข้อมูล → orchestrate Internal Agent เรียงต่อกันเป็นช่วงๆ ผสมศาสตร์การคำนวณและการวิเคราะห์เข้าด้วยกัน (Reasoning Model)
จากนั้นค่อยไป Backtest → Forward Test → Prediction ต่อ พร้อมใช้ Tech Stack ใหม่ๆ และเปิดดูตำแหน่งดาวจริงประกอบ
โจทย์ยากที่สุดไม่ใช่แค่ทำให้แม่น แต่คือ ทำให้ แม่น + ถูก (ต้นทุนต่ำ) + เร็ว พร้อมกัน
ออกแบบมาเป็นโมเดลกลางสำหรับ Generative ทั่วไป ไม่ได้ทำมาเพื่อ Predictive
ถ้าถามเรื่องดวง มักตอบจาก History การแชทของผู้ใช้
ถ้าไม่มีองค์ความรู้ด้านนี้ จะไป Search มาแทน
เป็นการจำลองให้คล้ายการดูดวง ไม่ใช่ Predictive จริง
มี Library คำนวณตำแหน่งดวงดาวจริงตามวันเวลาเกิด
มีข้อมูล Backtest เฉพาะทาง เช่น Cryptocurrency ที่สั่งสมเอง
มี Agent แยกวิเคราะห์ Fundamental / Technical / ดวงดาว / ข่าว (Sentiment AI) แล้วประกอบผลรวมกันเป็น Pipeline
ตัวอย่าง: ประเมินแนวต้าน Bitcoin แบบยืดหยุ่นตามบริบท ไม่ใช่กฎตายตัว — ถ้าเป็นจังหวะดวงเอื้อ อาจประเมินไกลกว่าปกติ ไม่ใช่แค่บอก "เวลา" แต่บอก "ระยะ" ได้ด้วย
BaZi (ปาจื้อ) แปลไทยคือ "4 เสาชะตา" ประกอบจากอักษรทั้งหมด 8 ตัว จีนโบราณเก็บสถิติความหมายของแต่ละตัวอักษรไว้ ผสมกับ 5 ธาตุและหยิน-หยาง รวมแล้วมีรูปแบบทั้งหมดราว 1,000,000 แบบ — หากไม่มี AI ช่วย การวิเคราะห์จะยากมาก ตัวอย่างที่นำมาสาธิตคือดวงของนายกรัฐมนตรีไทย (ปิดวันเวลาเกิดตามข้อกำหนด PDPA แต่ข้อมูลอ้างอิงมีเผยแพร่อยู่แล้วบนอินเทอร์เน็ต)
ธาตุประจำตัวเป็น ธาตุไม้ แบบ "เถาวัลย์" — ปรับตัวเก่ง เข้ากับใครก็ได้ พลิกแพลงตามสถานการณ์
มี Na Yin ไฟแรง เหมือนกองไฟลุกโชนบนภูเขา หนุนให้เป็นคนโน้มน้าวเก่ง หาพันธมิตรและสร้างทีมที่ดี
เสาปี-เสาเดือนมีดาวแม่ทัพ/ผู้นำ กล้าท้าทายสิ่งเดิม ดึงคนหลายฝ่ายมาทำงานร่วมกันได้
จุดต้องระวัง: พลังสร้างสรรค์แรงจนพูด/ทำเร็วกว่าแผน ประกาศก่อนพร้อม หรือตรงไปตรงมาจนคนไม่พอใจ
ความรัก: ดูน่าเกรงขามในสายตาคู่ครอง มีผู้ชื่นชอบหลายคน
สุขภาพที่ควรระวัง: ตับ/ระบบน้ำดี และหัวใจ/ระบบเลือด พร้อมคำแนะนำเสริมดวง เช่น ทิศทางการนอน
วัยเริ่มต้น: สร้างฐาน เติบโต เปลี่ยนผ่าน ยังไม่โดดเด่นนัก
58–67 ปี: ยุคทอง การงาน ชื่อเสียง อำนาจ เกื้อหนุนเต็มที่
ปีที่แล้ว: มีเพื่อนร่วมทางช่วยผลักดันสู่ความสำเร็จครั้งใหญ่
ปีนี้: ธาตุไฟเต็มบน-ล่าง เป็นปีทอง ปีแห่งสปอตไลท์และชื่อเสียง
สไลด์ในรายงานสร้างจาก AstroNeko ทั้งหมด คุณอั้นโชว์ให้ดูเวอร์ชันสัปดาห์ก่อนเทียบกับวันนี้ พบว่าคุณภาพพัฒนาขึ้นแทบทุกรอบที่รัน — เช้าหนึ่งเวอร์ชัน บ่ายอีกเวอร์ชัน เย็นเปลี่ยนอีกที และรองรับการพิมพ์ผสมไทย-จีน-อังกฤษในหน้าเดียวกันได้ลื่นขึ้นเรื่อยๆ
ตัวอย่างที่ 2 เป็นดวงของ "บุคคลที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้" ซึ่งผู้ร่วมรายการเลือกปิดชื่อไว้ไม่เปิดเผย:
เป็นคน ไฟหยิน — "เปลวเทียนในความมืด" ปรับตัวเร็ว อ่านสถานการณ์เก่ง ซ่อนมิติภายในไว้
ธาตุทองแทบไม่มี (~0.1%) → เชื่อมโยงกับความยุติธรรม/หลักการ เสี่ยงตัดสินใจพลาดเรื่องเงินและศีลธรรม
ธาตุดินล้นเกิน → คิดวนซ้ำ ยึดติด ตัดใจยาก
อาชีพที่เหมาะ: การตลาด สื่อสาร ที่ปรึกษาธุรกิจ
มีดาว "หลังคาทอง" — รายได้ต้องมาจากน้ำพักน้ำแรงเท่านั้น หากหาเงินแบบลัดขั้นตอนจะเจอปัญหาหนัก และมีดาวแย่งลาภที่ต้องระวังเรื่องถูกเอาเปรียบทางธุรกิจ
23–32 ปี: ช่วงสร้างฐาน เริ่มตั้งตัว
33–42 ปี: ดินซ้อนดิน ภาระหนัก ความกดดันสูง ผิดพลาดง่าย
ปีนี้: ปีดาวแข่งขัน ถูกแย่งชิง การเงินรั่วไหล ต้องระวังเป็นพิเศษ
"ดวงปาจื้อคือแผนที่ชีวิต ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง AstroNeko เป็นเพียงเข็มทิศ ทางเดินเป็นของคุณเอง — ต่อให้เจอโชคร้าย ทุกคนก็สามารถกลับตัวเป็นคนดีได้ เพราะเราเป็นคนเลือกเอง"
ช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา AI เปลี่ยนแปลงเร็วมาก และเริ่ม "มาแย่งงาน" จริงแล้ว
Sector ที่ยัง Digitize ไม่ได้ ยังปลอดภัยอยู่ แต่ Sector ที่อยู่ในโลกดิจิทัลกระทบก่อน แม้แต่การไลฟ์สดเองก็อาจมี AI มาทำแทนได้ในอนาคต
ทักษะด้าน Management การตัดสินใจ และ Vision ที่เคยเป็นจุดแข็งของคน ตอนนี้ AI เริ่มทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
ทางรอด: ต้องอัปสกิลให้อยู่ "เหนือ" งานที่ AI ทำแทนได้ ใช้ "กึ๋น" หรือความถนัดเฉพาะตัวที่เลียนแบบยาก — เหมือนแม่ครัวที่ต้องมี "เสน่ห์ปลายจวัก" ไม่ใช่แค่ทำตามสูตร
คนที่ทำงานแบบทำตามคำสั่งอย่างเดียวโดยไม่ปรับตัว มีความเสี่ยงสูงสุด โดยเฉพาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือน — แม้แต่ระดับผู้บริหารเองก็มีความเสี่ยงตกงานตามที่มีบทความจาก Anthropic ระบุไว้
ดูได้ทั้ง บุคคล บริษัท และสินทรัพย์ โดยเน้นกลุ่มคริปโตเป็นพิเศษ (ผู้ก่อตั้งเองก็ใช้ดูดวงบริษัทตัวเอง)
ให้บริการครบ 3 ศาสตร์: ดวงตะวันตก (Birth Chart) · ปาจื้อ (BaZi) · ดวงไทย
เพิ่งออกบูธที่ฮ่องกง ได้รับความสนใจจากคนฮ่องกงจำนวนมาก และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พัฒนาโปรดักต์ BaZi Report ขึ้นมาเพื่อตลาดจีน/ฮ่องกงโดยเฉพาะ
ผู้ที่สนใจ Report แบบพรีเมียม หรือไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับอะไร สามารถทักแอดมินเพจได้โดยตรง
Q: AstroNeko คืออะไร
A: AI ที่คำนวณดวงดาวจริงตามวันเวลาเกิด ผสมกับข้อมูล Backtest และ Agent วิเคราะห์หลายชั้น ใช้ดูดวงคน บริษัท และสินทรัพย์ได้
Q: ใช้งาน AstroNeko ต้องเสียเงินไหม
A: ใช้ฟรีได้ 3 ครั้งตามปกติ ส่วน BaZi Report แบบพรีเมียมมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามที่ระบุในไลฟ์
Q: AstroNeko ดูดวงบริษัทหรือสินทรัพย์ได้ไหม
A: ได้ ผู้ก่อตั้งเองก็ใช้ดูดวงบริษัทตัวเอง และเน้นกลุ่มคริปโตเป็นพิเศษ
Q: ทำไมถึงต่างจากการถามดวงใน ChatGPT
A: เพราะ ChatGPT ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อ Predictive ส่วน AstroNeko มี Library คำนวณดวงดาวจริงและข้อมูล Backtest เฉพาะทางที่สั่งสมเอง
Q: เชื่อเรื่องนี้ได้จริงแค่ไหน
A: เนื้อหาความสัมพันธ์ระหว่างดวงดาวกับราคาสินทรัพย์เป็นมุมมองและระเบียบวิธีของทีม AstroNeko เอง ยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบยืนยันโดยอิสระ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ควรใช้วิจารณญาณประกอบ
Source:
// อ่านต่อ



รายการ AI War Room ตอนที่ 20 จากช่อง "ชีวิตติด AI" เปลี่ยนโหมดจากคุยข่าวมาเป็นลงมือทำให้ดูสด ๆ เพราะช่วงนี้กระแสเจนวิดีโอด้วย AI มาแรงมาก ทั้งโมเดลฝั่งอเมริกา ยุโรป และจีน ต่างตั้งราคาสูงพอ ๆ กัน ปกติเจนคลิป 15 วินาทีฉากแอ็กชันหรือฉากซับซ้อนทีนึงเสียไปแล้ว 70-80 บาทขึ้นไป แต่ตอนนี้มีโมเดลชื่อ MiniMax ที่คุณภาพเกือบสู้ตัวแพง ๆ ได้ และที่สำคัญคือใช้งานฟรี ขอแค่มีการ์ดจอ NVIDIA ที่เล่นเกมอยู่แล้วก็พอ รุ่น 3070-3090 ก็พอไหว ยิ่งเป็น RTX 40 ขึ้นไปยิ่งไว
อ่าน →