โดย Thank Thanedpol | เผยแพร่: 9 กรกฎาคม 2026 | อ้างอิง: Reuters Artificial Intelligencer
สรุปสาระสำคัญ
1. จีนกำลังพิจารณาจำกัดการเข้าถึง Open-source Models ของตัวเอง รวมถึง DeepSeek, Moonshot AI และ Z.ai
2. Open-source Models จากจีนครอง 8 อันดับแรกของ Agent-based Tasks และ 17 อันดับแรกของ Coding Tasks บน Arena
3. สตาร์ทอัพในสหรัฐฯ หลายพันแห่งพึ่งพา Models เหล่านี้ หากถูกจำกัดอาจต้องกลับไปใช้ Tokenmaxxing กับ Anthropic และ OpenAI อีกครั้ง
4. DeepSeek กำลังพัฒนา AI Chip ของตัวเองเพื่อลดการพึ่งพา Nvidia
คุณเคยปวดหัวกับบิลค่า AI ไหมครับ?
ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่เพิ่งย้าย Workload จาก Anthropic หรือ OpenAI มาใช้ Open-source Models จากจีนเพราะราคาถูกกว่าและเก่งไม่แพ้กัน — ผมมีข่าวที่ไม่ค่อยดีนักมาบอก
จีนกำลังพิจารณาสร้างสิ่งที่ Reuters เรียกว่า "ม่านซิลิคอน" กั้น AI Models ของตัวเองออกจากโลกภายนอก และถ้ามันเกิดขึ้นจริง ธุรกิจที่พึ่งพา Open-source จีนอยู่อาจต้องกลับไปเผชิญกับค่า Token ที่แพงระยับอีกครั้ง
จีนกำลังตอบโต้สหรัฐฯ แบบตาต่อตาฟันต่อฟันครับ
หลังจากที่วอชิงตันเพิ่มมาตรการจำกัดการส่งออก Nvidia Chip ไปยังบริษัทจีนอย่างต่อเนื่อง ปักกิ่งก็เริ่มพิจารณาจำกัดการเข้าถึง AI Models ที่พัฒนาในประเทศเองบ้าง โดย Reuters รายงานว่าทางการจีนได้หารือกับอย่างน้อย 3 บริษัทใหญ่ ได้แก่ Alibaba, ByteDance และ Z.ai เกี่ยวกับการกำหนดขีดจำกัดทั้งในเวอร์ชัน Closed-source และ Open-source
คำว่า "ม่านซิลิคอน" มาจากแนวคิดเดียวกับ "ม่านเหล็ก" ในยุคสงครามเย็น — แต่คราวนี้มันไม่ใช่กำแพงทางทหาร มันคือกำแพงทางเทคโนโลยีที่กั้นไม่ให้ AI Models ระดับท็อปไหลออกไปนอกประเทศ
ที่น่าสนใจคือ DeepSeek หนึ่งในบริษัท AI ชั้นนำของจีน กำลังพัฒนา AI Chip ของตัวเอง เพื่อลดการพึ่งพา Nvidia ลง ซึ่งถ้าสำเร็จ มันจะเปลี่ยนเกมการแข่งขันทั้งหมด
ถ้าคุณคิดว่า Open-source Models จากจีนเป็นแค่ทางเลือกสำรอง คุณอาจต้องคิดใหม่
บน Arena ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI Benchmarking ที่นักพัฒนาทั่วโลกใช้กัน:
• 8 อันดับแรก ของ Open-source AI Models สำหรับ Agent-based Tasks ถูกพัฒนาโดยนักพัฒนาชาวจีน
• 17 อันดับแรก ของ Open-source Models สำหรับ Coding Tasks ก็มาจากจีนเช่นกัน
ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะชื่นชอบ Models จากจีนหรอกครับ เพียงแต่ Open-source Models ที่ดีที่สุดตอนนี้มาจากจีนต่างหาก คุณก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด มีประสิทธิภาพสูงสุด และต้นทุนต่ำสุดสิครับ — Lan Xuezhao, Venture Capitalist และผู้จัดการกองทุน Basis Set ในซานฟรานซิสโก
แม้แต่ Clement Delangue CEO ของ Hugging Face แพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยังบอกว่าสตาร์ทอัพ บริษัท และนักวิจัยในสหรัฐฯ หลายพันแห่งกำลังพึ่งพา Open-source Models จากจีน
และเมื่อเทียบกับ Open-source Models จากฝั่งตะวันตกแล้ว ความแตกต่างมันชัดเจนมาก GPT-OSS ของ OpenAI มีอายุเกือบ 1 ปีแล้ว — ซึ่ง Delangue บอกว่า "นานเหมือนนิรันดร์ในไทม์ไลน์ของ AI" ในขณะที่ GLM-5.2 จาก Z.ai ที่เพิ่งเปิดตัว ทำให้ Silicon Valley ฮือฮากับความสามารถด้าน Coding และ Agent
ทุกคนที่พึ่งพา Open-source Models จากจีน
Clement Delangue บอกตรงๆ ว่า ข้อจำกัดใดๆ ก็ตามจะเป็นการตีที่รุนแรงมาก และจะทำให้พลังของ AI ไปรวมศูนย์อยู่ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ไม่กี่แห่งมากขึ้น ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ใครจะแข่งขันด้วยได้
ลองนึกภาพดู ถ้าคุณเป็นสตาร์ทอัพที่สร้าง Product บน Open-source Models จากจีน แล้วจู่ๆ Models เหล่านั้นถูกจำกัดการเข้าถึง คุณจะมีทางเลือกไม่กี่ทาง:
กลับไปใช้ Anthropic หรือ OpenAI ซึ่งหมายความว่าบิลค่า Token จะพุ่งขึ้นหลายเท่า (สิ่งที่วงการเรียกว่า "Tokenmaxxing")
หา Open-source Models จากฝั่งตะวันตก ซึ่งตอนนี้ยังตามหลังจีนอยู่ทั้งด้านประสิทธิภาพและจังหวะการปล่อยออกมา
พัฒนา Model เอง ซึ่งต้องใช้เงินและเวลาที่สตาร์ทอัพส่วนใหญ่ไม่มี
และนี่คือเหตุผลที่ Delangue บอกว่าเหตุการณ์นี้ "เป็นการตอกย้ำถึงความจำเป็นและความเร่งด่วนในการสร้าง Open-source Models ที่ราคาจับต้องได้มากขึ้นในสหรัฐฯ"
ข่าวนี้ส่งผลต่อ Silicon Valley และธุรกิจไทยที่ใช้ AI ในการทำงานก็ได้รับผลกระทบด้วย
ถ้าคุณกำลังใช้ Open-source Models จากจีนใน Workflow ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเขียน Code, สร้าง Content, หรือทำ Automation ตอนนี้คือ เวลาที่ดีที่จะเริ่มวางแผนสำรอง
สิ่งที่ทำได้ตอนนี้:
• ตรวจสอบว่า Product หรือ Service ของคุณพึ่งพา Open-source Models จากจีนมากแค่ไหน
• ติดตามข่าวเรื่องการจำกัดการเข้าถึงอย่างใกล้ชิด
• เริ่มทดสอบ Open-source Models จากแหล่งอื่นๆ ไว้เป็นทางเลือก
• พิจารณาสร้าง Model ของตัวเองหรือ Fine-tune Model ที่มีอยู่เพื่อลดการพึ่งพาภายนอก
และถ้าคุณเป็นผู้บริหารที่กำลังตัดสินใจเรื่อง AI Strategy — ข่าวนี้บอกเราว่า การพึ่งพาเทคโนโลยีจากแหล่งเดียวมีความเสี่ยงเสมอ ไม่ว่าจะเป็น Nvidia Chip หรือ Open-source Models จากจีน
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
Q: จีนสามารถจำกัด Open-source Models ได้จริงหรือ ในเมื่อมันเปิดให้ทุกคนดาวน์โหลด?
A: ได้ครับ แม้ Code จะเปิด แต่การจำกัดอาจทำในรูปแบบอื่น เช่น จำกัดการเข้าถึง API, จำกัดการอัปเดตเวอร์ชันใหม่, หรือจำกัดการใช้งานเชิงพาณิชย์ ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลต่อธุรกิจที่พึ่งพา Models เหล่านั้น
Q: Tokenmaxxing คืออะไร?
A: เป็นศัพท์ที่วงการ AI ใช้เรียกสถานการณ์ที่ต้องจ่ายค่า Token แพงระยับจากการใช้ Models ระดับท็อปของ Anthropic หรือ OpenAI อย่างต่อเนื่อง — ซึ่งหลายธุรกิจพยายามหลีกเลี่ยงโดยย้ายไปใช้ Open-source Models ที่ถูกกว่า
Q: DeepSeek กำลังพัฒนา AI Chip ของตัวเองจริงหรือ?
A: ใช่ครับ Reuters รายงานว่า DeepSeek กำลังพัฒนา AI Chip เพื่อลดการพึ่งพา Nvidia ซึ่งถ้าสำเร็จจะช่วยให้บริษัทสามารถทำงานได้แม้ในสถานการณ์ที่การส่งออก Chip ไปยังจีนถูกจำกัด
Q: ธุรกิจไทยควรกังวลมากแค่ไหน?
A: ถ้าคุณพึ่งพา Open-source Models จากจีนใน Workflow สำคัญ ควรเริ่มวางแผนสำรองตั้งแต่ตอนนี้ แต่ไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะการจำกัดการเข้าถึงอาจยังไม่เกิดขึ้นในทันที
Q: แล้ว Open-source Models จากฝั่งตะวันตกจะทันจีนไหม?
A: ตอนนี้ยังตามหลังครับ ทั้งด้านประสิทธิภาพและจังหวะการปล่อยออกมา แต่เหตุการณ์นี้อาจเร่งให้บริษัทในสหรัฐฯ พัฒนา Open-source Models ของตัวเองเร็วขึ้น
Source:
Reuters: https://www.reuters.com/technology/artificial-intelligence/china-weighs-silicon-curtain-around-sought-after-ai-models-2026-07-08/
// อ่านต่อ

Kimi K3 คือโมเดลขนาด 2.8T-parameter ที่สร้างขึ้นบน Kimi Delta Attention และ Attention Residuals ของเรา มีความสามารถด้าน vision แบบ native และมี context window ขนาด 1 ล้าน token เป็นโมเดลระดับ 3T แบบ open ตัวแรกของโลก ที่ออกแบบมาสำหรับ frontier intelligence ในงาน coding ระยะยาว งานด้านความรู้ และการให้เหตุผล
อ่าน →

หุ่นยนต์จีนที่ดังที่สุดอย่าง humanoid ทั้งโลกขายได้แค่ ~18,000 ตัวต่อปี แต่หุ่นดูดฝุ่น Roborock เจ้าเดียวขาย 982,000 เครื่องในไตรมาสเดียว เงินจริงกับข่าวดังอยู่คนละที่ ทั้ง 20 บริษัทเลยแบ่งเป็นสองโลกชัดๆ คือฝั่งที่ขายได้จริงวันนี้ (ดูดฝุ่น โดรน หุ่นเสิร์ฟ) กับฝั่ง humanoid ที่ทุนเทใส่เพื่อแย่งกันเป็นเจ้าของอนาคต
อ่าน →