
โดย Thank Thanedpol | เผยแพร่ 11 กรกฎาคม 2569 | อ้างอิง: The Story Thailand Forum 2026
AI ย่นเวลาคิดไอเดียจาก 3 ชั่วโมงเหลือ 3 นาที ทำให้เกณฑ์ไอเดียที่ใช้ได้ของทุกคนสูงขึ้นเท่ากันหมด
การสร้าง Custom GPT ตัวเดียวจากไอเดียเล่นๆ กลายเป็นเทรนด์ที่คนใช้สร้างคอนเทนต์กว่า 5,000 แบรนด์
สอน Claude Skill ให้อ่านงานเขียน 2-3 พันชิ้นภายในครึ่งชั่วโมง แล้วเขียนได้เหมือนเจ้าของงานถึง 90% ตั้งแต่เวอร์ชันแรก
บทบาทคนทำงานกำลังเปลี่ยนจากผู้ลงมือทำ เป็น ผู้เลือกและรับผิดชอบผลงาน
สรุป Session: The Human Advantage: Creativity in the Age of AI จากงาน The Story Thailand Forum 2026 โดยคุณณัฐพล ม่วงทำ, เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน, นักเขียน, ที่ปรึกษาด้าน Data & Research
ก่อนหน้านี้ผมยังไม่ได้เชื่อมั่นอะไรกับเอไอมาก รู้ว่าเก่งระดับหนึ่งแต่ยังรู้สึกเฉยๆ จนล่าสุดได้คุยกับพี่เลกซ์ จึงเจอมุมมองใหม่ที่ทำให้เกิด ความรู้แจ้ง (Enlightenment) และตื่นเต้นกับมันจริงๆ — ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้มานานแล้ว
คุณหนุ่ยเล่าว่า สมัยที่เป็น Creative การจะคิดไอเดียให้ดีกว่าคนอื่น หน้าที่หลักคือถูกจ้างมาคิด สมมติเป็นแบรนด์ขายผลไม้ ต้องขายส้มหนึ่งลูก ขายแอปเปิล 1 ลูก มีไอเดียอะไรบ้างที่ทำให้มันน่าตื่นเต้นขึ้น คนส่วนใหญ่คิดเรื่องเดิมได้ไม่เกิน 20 ครั้งก็ตัน แต่งาน Creative คือ ต้องคิดไปเรื่อยๆ กว่าจะถึงจุด Above the Line ซึ่งอยู่ช่วงปลายของการคิด
น้องในทีมเคยถามว่า "คิดมา 30-40 ไอเดียแล้วยังไม่ผ่าน คิดไม่ออกแล้วทำอย่างไรดี" หัวหน้าถามกลับว่า "ถ้าจ้างแม่บ้านมาแล้วทำความสะอาดไม่ได้ ควรจ้างต่อไหม" — คำตอบอยู่ในคำถามแล้ว ครีเอทีฟที่จ้างมาคิดแล้วคิดไม่ได้ ก็เช่นกัน จากนั้นไม่มีใครพูดคำว่า "คิดไม่ออก" อีกเลย
เมื่อก่อนกว่าจะคิดไอเดียได้เยอะพอต้องอยู่ช่วงปลาย แต่วันนี้แค่อยู่ต้นๆ ก็เป็นหัวแถวได้แล้ว เพราะเอไอช่วยเร่งความเร็วในการสร้างไอเดียได้มหาศาล
สมัยก่อน ~3 ชั่วโมง ใช้เวลาระดมสมองเพื่อให้ได้ 10 ไอเดีย
วันนี้ 10 ไอเดียใน 3 นาที ถาม ChatGPT ได้ 100 ไอเดียในไม่กี่นาที
คำถามวันนี้ไม่ใช่ ใครจะคิดได้ดีกว่า แต่คือ ใครจะเลือกไอเดียที่ถูกสร้างออกมา แล้วดูมี Taste มีบุคลิกภาพมากกว่า — นี่คือความต่างของงานครีเอทีฟในวันนี้
ก่อนหน้านี้ Doer คุณค่าอยู่ที่ความพยายาม ลงมือทำให้สำเร็จ
ไอเดียดีๆ ใครก็มีได้ แต่คนที่ทำไอเดียให้เป็นจริงได้ไม่ใช่ทุกคน เช่น การจ้างวาดสตอรี่บอร์ด 8 ช่องสำหรับโฆษณา 30 วินาที ตกช่องละ 500-1,000 กว่าบาท
วันนี้ Director คุณค่าอยู่ที่การเลือกงานที่ใช่ ไม่ใช่การลงมือทำเอง
อยากได้ Scene ไหนก็สั่งสร้างออกมาได้ ดูต่อเนื่องกันมาก แทบไม่จำเป็นต้องจ้างคนวาดแล้ว — เราสั่งงานเอไอให้ทำ แล้วเลือกงานที่รู้สึกโอเคที่สุด
Case จริง: มีม Gen Y vs Gen Z ที่กลายเป็นเทรนด์
จุดเริ่มต้นเห็นเทรนด์คอนเทนต์ล้อเลียนโซเชียลมีเดียจากต่างประเทศ (เจนวายใช้คำเป็นทางการ เจนซีใช้คำสั้นมีอีโมจิ) เลยลองเอาภาพต้นแบบมาสร้างเล่น ใส่โจทย์ว่าถ้าเป็นแบรนด์นี้ ธนาคารนี้ จะออกมาอย่างไร ผลลัพธ์ดูสนุกและใช้ได้จริง จึงถอดกระบวนการทั้งหมดสร้างเป็น Custom GPT
Step 1: รับข้อมูลแบรนด์
ผู้ใช้พิมพ์ชื่อแบรนด์ เอไอถามหาเว็บไซต์และจุดขาย เช่น สยามพารากอน → อยู่กลางเมือง มีแหล่งช้อปปิ้งเยอะ
Step 2: สร้างคอนเทนต์ 2 เวอร์ชัน
Gen Y vs Gen Z พร้อมศัพท์และอีโมจิที่ต่างกัน AI คิดคำและโทนให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มอายุ
Viral Result กว่า 5,000 แบรนด์ คนมาเล่นสร้างคอนเทนต์กันเองจนกลายเป็นเทรนด์ในวันนั้น
ลายน้ำ: ติดไปกับทุกโพสต์ คนส่วนใหญ่ไม่ตัดลายน้ำทิ้ง บางคนเอาไปยิงแอดโฆษณาต่อด้วย
ปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 1: เครื่องจักรไอน้ำ มีกลุ่มต่อต้าน พาคนไปพังเครื่องจักรทิ้ง สุดท้ายห้ามกระแสไม่ได้ — ทุกวันนี้เราจึงมีเสื้อผ้าราคาถูกมากมาย
ยุค 3G: โซเชียลมีเดียเกิด
อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สายทำให้อัปโหลดรูปได้ทุกที่ จากเดิมต้องรอกลับบ้านต่อเน็ตคอมพิวเตอร์
ยุค 4G: สตรีมมิ่งเกิด
Disrupt สื่อเดิมจนหายไป — ทุกครั้งที่เปลี่ยนแปลงจะมีแรงต้านอยู่เสมอ
22 พ.ย. 2022: ChatGPT เปิดตัว
ชาวต่างชาติโพสต์ถึงครั้งแรก คนไทยคนแรกโพสต์ตามในอีก 2 วันถัดมา — สะท้อนว่า Tech Adoption ของคนไทยเร็วมาก
สร้าง Claude Skill สอนเอไอให้เขียนแบบตัวเอง ณัฐพลไรเตอร์สกิล — จากอ่านบทความ 2-3 พันชิ้น สู่การเขียนได้ 90% ในครึ่งชั่วโมง
คุณโชค เพื่อนที่เป็นกูรูด้านเอไอ แนะนำให้ลอง Claude Skill เอาทักษะการเขียน การคิด การวิเคราะห์ไปสอนมัน เหมือนรับเด็กจบใหม่ให้อ่านงานทั้งหมด — โยนบทความและหนังสือทั้งหมด (2-3 พันชิ้น) ให้อ่าน ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ก็สร้างสกิลเขียนแบบตัวเองเสร็จ
90% เวอร์ชัน 1 · ครั้งแรกที่ลองใช้
95% เวอร์ชัน 2 · หลังส่งคอมเมนต์กลับไป
98% เวอร์ชัน 3 · ปรับซ้ำจากงานจริง 30-40 ชิ้น
100%+ เวอร์ชัน 4-6 · คิดบางมุมที่คนยังคิดไม่ถึง
ครั้งแรกที่อ่านงาน รู้สึกว่ามันเขียนได้ดีเท่าผม 90% ลูกน้องที่เทรนกันมาดีที่สุดยังได้แค่ 70-80% บางคนอยู่มาเป็นปียังเขียนไม่ผ่าน แต่นี่แค่ครึ่งชั่วโมง
Agent 1: Writer Skill เขียนคอนเทนต์ตามสไตล์ที่สอนไว้
รับโจทย์ ค้นข้อมูล เขียนแบบเดียวกับที่เจ้าของสกิลเขียน
Agent 2: Proofreader Skill ตรวจลิงก์และเนื้อหาปลายทางว่าถูกต้องไหม
ส่งคอมเมนต์กลับให้ Writer แก้ แล้วเช็กซ้ำจนผ่านค่อยส่งต่อ
Agent 3: Visual Director สร้างภาพประกอบให้งานที่ผ่านการตรวจแล้ว
เจ้าของงานตรวจรอบสุดท้ายก่อนเผยแพร่จริง
การทำงานเดิมเหมือนเล่นหมากรุกที่ต้องรออีกฝั่งเดิน ไม่รู้จะเป็นเมื่อไหร่ เร่งมากก็ดูไม่ดี แต่ทำงานกับเอไอเหมือนตีปิงปอง — นั่งอยู่บนรถกลับบ้านก็คอมเมนต์งานได้ทันที ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ
โจทย์: หลานจะเข้า ป.1 ต้องท่องคำศัพท์เป็นร้อยคำ แต่ไม่อยากท่อง อยากเล่นเกมแพลนทส์ วีเอส ซอมบี้
สั่งเอไอ: ทำเกมท่องคำศัพท์แบบแพลนทส์ วีเอส ซอมบี้ มีตัวเลือก 4 ข้อ ตอบถูกยิงซอมบี้ ตอบผิด 3 ข้อ ซอมบี้กินพืชหมด
ผลลัพธ์: ใช้เวลาสร้างแค่ 15 นาที หลานเล่นได้เกือบครึ่งชั่วโมง — ได้เล่นและได้เรียนภาษาอังกฤษไปพร้อมกัน
อัปเกรด: สั่งเพิ่มปุ่มอ่านออกเสียงให้ ใช้เวลาแค่ 5 นาที หลานเล่นต่อได้เป็นชั่วโมง
ความยากที่สุดในฐานะหัวหน้า: ลูกค้าซื้องานเอไอ ไม่ใช่งานคน
สิ่งที่ทำได้
งานที่เคยจ้างทำ ไม่ต้องทำแล้ว เพราะทำด้วยวิธีอื่นได้
โยกทีมไปทำงานที่เคยอยากให้ทำ แต่ไม่มีเวลาทำได้มาก่อน
ลดเวลางานที่เคยใช้คนทำ 3 เดือน เหลือแค่เดือนเดียว
ความท้าทายที่เหลือ
บทความที่ลูกค้าคอมเมนต์แค่ "ไม่ชอบ" พอโยนเข้าเอไอสกิลตัวเอง กลับผ่านทันที
จะบอกลูกน้องอย่างไรว่าลูกค้าซื้องานเอไอที่สร้างจากเรา ไม่ใช่งานที่เขาเขียน
มาตรฐานของค่าเฉลี่ยสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ อะไรที่เคยต้องพยายามทำ วันนี้ไม่ต้องพยายามแล้ว แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือ ความอดทนในการรีดผลงานที่ดีที่รู้สึกพอใจก่อนนำเสนอ เพราะเวลางานออกมาไม่ดี โทษเอไอไม่ได้ ต้องเป็นคนรับผิดชอบเอง
Above the Line สั้นลง — คุณค่าอยู่ที่การเลือก ไม่ใช่การคิดคนเดียว
จาก Doer สู่ Director — สั่งงานเอไอ แล้วเลือกสิ่งที่ใช่
สร้าง AI ตรวจ AI ได้ — ทำงานแบบทีมจริง
อย่าเพิ่งคิดว่าทำไม่ได้ — ลองสั่งเอไอทำขึ้นมาดูก่อน
ข้อสรุป:
อะไรก็ตามที่คุณคิดว่ามันน่าจะทำได้ อย่าเพิ่งคิดว่ามันทำไม่ได้ ลองใช้เอไอลองทำขึ้นมาดูเลยครับ — เพราะเวลางานออกมาไม่ดี คุณโทษเอไอไม่ได้ คุณต้องเป็นคนรับผิดชอบ
// อ่านต่อ


