
โดย Thanedpol Dechaduangsakul | เผยแพร่: 26 กรกฎาคม 2569 | อ้างอิง: The Secret Sauce
ประเทศไทยไม่สามารถแข่งขันด้วยค่าแรงได้อีกต่อไป Deep Tech คือ New Growth Engine ที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่คู่แข่งลอกเลียนแบบได้ยาก
กลไก TLO (Technology Licensing Office) ถูกผลักดันให้เป็นตัวกลางเชื่อมโยงงานวิจัยในมหาวิทยาลัยกับความต้องการของภาคเอกชน เพื่อแก้ปัญหาวิจัยขึ้นหิ้ง
โปรเจกต์ Siam Chip มุ่งเน้นการแทรกตัวไทยเข้าไปใน Supply Chain เซมิคอนดักเตอร์ระดับโลกผ่านจุดแข็งด้านโลจิสติกส์และการทำ Advanced Packaging
ทำไมประเทศไทยถึงต้องเร่งสร้าง Deep Tech ตอนนี้
เพราะโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัยทำให้กำลังการผลิตลดลง การเพิ่ม Productivity ด้วยเทคโนโลยีเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป รัฐมนตรี อว. ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ ระบุว่า Deep Tech คือเทคโนโลยีที่อยู่ตรงจุดตัดระหว่างความลึกขององค์ความรู้และขนาดตลาด ซึ่งเป็น Competitive Advantage ที่สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว
เราจะแก้ปัญหางานวิจัยขึ้นหิ้งได้อย่างไร
ปัญหาหลักคือรอยต่อระหว่างนักวิจัยและภาคเอกชน นักวิจัยไม่ถนัดการทำธุรกิจ ส่วนเอกชนไม่เข้าใจกระบวนการทางวิชาการ ทางแก้คือการเสริมความแข็งแกร่งให้ TLO ในมหาวิทยาลัย ทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษาและเจรจาข้อตกลง Licensing โดยภาครัฐกำลังผลักดันให้มหาวิทยาลัยตั้งบริษัท Holding เพื่อความคล่องตัวในการลงทุนและจับคู่ธุรกิจกับเอกชนโดยตรง
Siam Chip คือทางลัดสู่ Supply Chain โลกหรือไม่
แทนที่จะแข่งขันสร้างโรงงานผลิตชิปซึ่งต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ประเทศไทยเลือกใช้กลยุทธ์แทรกตัวเข้าไปในห่วงโซ่อุปทาน โดยเน้นการพัฒนาบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานรองรับเทคโนโลยีเฉพาะทาง เช่น Advanced Packaging และ Photonics การใช้จุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งและโลจิสติกส์จะช่วยดึงดูดบริษัท Hyper Scaler และ Data Center ให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตและถ่ายทอดเทคโนโลยีในภูมิภาคอาเซียน
3 กุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนเกมนี้
สร้างตัวกลาง TLO ทำหน้าที่แปลภาษาแล็บให้เป็นภาษาธุรกิจ จับคู่งานวิจัยที่หลับใหลอยู่กับความต้องการตลาดจริง
โปรเจกต์ Siam Chip ที่ไม่เน้นสร้างโรงงานแข่งกับไต้หวัน แต่เลือกแทรกตัวเป็นผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ โดยใช้จุดแข็งด้านโลจิสติกส์ดึงดูดการลงทุน
ส่งเสริมการจับคู่นอกรอบ หรือ Invisible Matching เพราะนวัตกรรมระดับชาติหลายครั้งไม่ได้เกิดในห้องประชุมทางการ แต่เกิดจากการแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างผู้เชี่ยวชาญต่างสาขา
มุมมอง คือ เราไม่ต้องรอให้โครงสร้างพื้นฐานพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์แล้วค่อยเริ่ม การเชื่อมต่อคนที่ใช่และลงมือทำจากสิ่งที่เรามีในวันนี้ คือวิธีสร้างกำแพงที่คู่แข่งลอกเลียนแบบได้ยากที่สุด รวมถึงเริ่มจากปัญหาจริงในท้องถิ่น แก้ปัญหาบนผืนแผ่นดินไทย แล้วขยายผลเป็นโซลูชันที่ทั้งโลกต้องการ
Q1: Deep Tech ต่างจาก Startup ทั่วไปอย่างไร
A1: Deep Tech ต้องอาศัยความลึกของงานวิจัยและระยะเวลาพัฒนานานกว่า แต่สร้างกำแพงทางการแข่งขันที่คู่แข่งลอกเลียนแบบได้ยาก ในขณะที่ Startup ทั่วไปอาจเน้นโมเดลธุรกิจที่ขยายตัวเร็วแต่ถูกเลียนแบบได้ง่าย
Q2: นักวิจัยที่ต้องการ коммерциализацияงานวิจัยควรเริ่มจากจุดไหน
A2: ควรติดต่อสำนักงาน TLO ของมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานให้ทุน เพื่อประเมินความเป็นไปได้ทางการตลาดและหาพันธมิตรภาคเอกชนที่พร้อมลงทุนหรือรับ License ไปพัฒนาต่อ
Q3: โปรเจกต์ Siam Chip จะสร้างงานให้คนไทยได้อย่างไร
A3: มุ่งเน้นการฝึกอบรมกำลังคนเฉพาะทาง (Manpower Training) ในสาขาเช่น Photonics และ Advanced Packaging เพื่อให้บุคลากรไทยสามารถทำงานร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย
Source:
Youtube: https://youtu.be/AVFWOZBbcMk
// อ่านต่อ

หลายบริษัทเริ่มจ้าง AI แทนเด็กจบใหม่ เพราะคนมีประสบการณ์ใช้ AI แล้วยิ่งเก่ง (AI Boost) แต่คนเริ่มงานกลับใช้แล้วพัฒนาช้าลง (AI Drag) — WEF ชี้ว่า 37% ของแรงงานอายุต่ำกว่า 25 ปีอยู่ในความเสี่ยงนี้ McKinsey จึงเสนอให้องค์กรออกแบบงานเริ่มต้นใหม่ 4 ด้านแทนการเลิกจ้าง เพราะถ้าวันนี้ไม่มีจูเนียร์ อีก 10 ปีก็จะไม่มีซีเนียร์ที่มีวิจารณญาณพอให้พึ่งพา
อ่าน →

AegisAI สตาร์ทอัปจากอดีตผู้บริหาร Google เพิ่งระดมทุน Series A ได้ 36 ล้านดอลลาร์ เพื่อแก้ปัญหา Spear Phishing ยุคใหม่ ที่ระบบป้องกันแบบเดิมตรวจจับไม่ทัน เพราะแฮกเกอร์ใช้ AI สร้างอีเมลปลอมที่แนบไฟล์ PDF พร้อม CAPTCHA หลอกตัวกรองสแปมได้เนียนตา AegisAI จึงใช้ AI Agent วิเคราะห์ความผิดปกติระดับลึกเหมือนมนุษย์แทนการใช้กฎแบบเก่า ปัจจุบันมีลูกค้าอย่าง LangChain และ Mash ร่วมใช้งานแล้ว
อ่าน →