
โดย Thanedpol Dechaduangsakul | เผยแพร่: 27 กรกฎาคม 2569 | อ้างอิง: Techcrunch
ข้อจำกัดใหม่ของหุ่นยนต์ไม่ใช่โครงสร้างโมเดล แต่คือการขาดข้อมูลการเคลื่อนไหวในโลกความจริง
Encord และ Zander Labs ใช้หมวกวัดคลื่นสมองและสัญญาณกล้ามเนื้อเพื่อจับความตั้งใจและความผิดพลาดของมนุษย์ขณะทำงาน
ข้อมูลเชิงลึกนี้มีค่ามากกว่าวิดีโอทั่วไป 100 เท่า แม้ต้นทุนการผลิตจะสูงกว่า 20 เท่า
ตอนนี้วงการ Physical AI กำลังเจอทางตันเรื่องข้อมูล การให้หุ่นยนต์ดูวิดีโอว่าคนทำงานยังไงมันไม่พอ Startup อย่าง Encord เลยจับมือกับ Zander Labs ทำการทดลองที่ดูบ้าบิ่นแต่ได้ผลจริง คือให้คนสวมหมวกวัดคลื่นสมองและรัดสายวัดสัญญาณกล้ามเนื้อขณะทำงานจริง เช่น ต่อเลโก้ Jenga หรือเสียบสายแลน
วงการหุ่นยนต์และ Physical AI กำลังเผชิญกับกำแพงใหญ่ที่ไม่ใช่เรื่องฮาร์ดแวร์ แต่เป็นความขาดแคลนข้อมูลสำหรับฝึกสอน การให้หุ่นยนต์ดูวิดีโอจากกล้องที่ติดบนตัวคนทำงานไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะหุ่นยนต์ต้องการเข้าใจเจตนาและความยากง่ายของงานนั้นๆ ด้วย
การฝึกหุ่นยนต์จากวิดีโอแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่งช่วยให้หุ่นยนต์เห็นภาพการทำงาน แต่ขาดความละเอียดของแรงและการตัดสินใจ Vineeth Velmurugan หัวหน้าทีม Robot Learning ของ Encord ชี้ว่าหุ่นยนต์ต้องการข้อมูลระดับ 5 เท่าของวิดีโอทั้งหมดบน YouTube ถึงจะทำงานได้คล่องแคล้ว ซึ่งการแค่เก็บวิดีโอไม่ตอบโจทย์
Encord ร่วมมือกับ Zander Labs นำเสนอแนวทางใหม่โดยให้ผู้ปฏิบัติงานสวมอุปกรณ์วัดคลื่นสมองและรัดเซนเซอร์ที่แขนขณะทำงานจริง คลื่นสมองจะบอกโมเดล AI ได้ทันทีว่าจังหวะไหนมนุษย์กำลังเกิดความผิดพลาด จังหวะไหนต้องออกแรงเยอะ หรือจังหวะไหนที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด ทำให้ AI เข้าใจบริบทของงานได้ลึกซึ้งกว่าการดูภาพเคลื่อนไหวธรรมดา
การสร้างข้อมูลทางกายภาพแตกต่างจากการดึงข้อความบนอินเทอร์เน็ตที่แทบไม่มีต้นทุน Velmurugan ประเมินว่าข้อมูลที่มีการระบุรายละเอียดเชิงกายภาพอย่างหนาแน่น มีค่ามากกว่าข้อมูลวิดีโอทั่วไปถึง 100 เท่า สำหรับการฝึกงานเฉพาะทาง แม้ต้นทุนการผลิตจะแพงกว่า 20 เท่า แต่ก็เป็นราคาที่คุ้มค่าและกำลังเปลี่ยนโมเดลธุรกิจของวงการ Robotics
Q1: การวัดคลื่นสมองเพื่อฝึกหุ่นยนต์ทำงานได้ในขั้นตอนไหนแล้ว
A1: ปัจจุบันอยู่ในช่วงทดลองสร้างชุดข้อมูลเบื้องต้นเพื่อทดสอบว่าข้อมูลคลื่นสมองช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้โมเดลหุ่นยนต์ได้จริงก่อนขยายขนาด
Q2: ทำไมข้อมูลวิดีโอจากคนทำงานถึงไม่เพียงพอต่อหุ่นยนต์
A2: เพราะวิดีโอจับได้แค่ภาพภายนอก แต่ไม่สามารถบอกความตั้งใจ ความผิดพลาด หรือระดับความยากที่มนุษย์เผชิญในขณะนั้นได้ ซึ่งหุ่นยนต์ต้องการข้อมูลเหล่านี้เพื่อตัดสินใจ
Q3: ใครคือผู้พัฒนาเทคโนโลยีวัดคลื่นสมองสำหรับหุ่นยนต์
A3: Zander Labs ซึ่งเป็น Startup ด้านประสาทวิทยาจากเยอรมนี เป็นผู้พัฒนาหมวกวัดคลื่นสมอง โดยร่วมมือกับ Encord ในการนำไปประยุกต์ใช้สร้างข้อมูลฝึกสอนหุ่นยนต์
Source:
Techcrunch: https://techcrunch.com/2026/07/26/are-brain-waves-the-next-unlock-for-physical-ai/
// อ่านต่อ


ปกติเราเห็นหุ่นยนต์สี่ขาเดินต้วมเตี้ยม เจอสิ่งกีดขวางก็หยุดหรืออ้อม แต่ Unitree As2-W เลือกจะติดล้อเข้าไปที่ข้อต่อ การผสมผสานนี้ทำให้มันวิ่งได้เร็วถึง 6 เมตรต่อวินาที แต่ก็ยังก้าวข้ามสิ่งกีดขวางสูง 80 เซนติเมตร หรือทางลาดชัน 45 องศาได้สบาย
อ่าน →
รายการ AI War Room ตอนที่ 3 จากช่องชีวิตติด AI ชวน ดร.บิ๊ก และคุณอั้นมาคาดการณ์ว่าในสงคราม AI ตอนนี้ ค่ายไหนกำลังจะขึ้นเป็นเจ้าตลาด เปิดเรื่องด้วยข่าวที่คุณอั้นบอกว่าถูกมองข้ามที่สุดในรอบสัปดาห์ — Claude เปิดฟีเจอร์ใหม่ชื่อ Claude Dispatch ให้สั่งงานผ่านมือถือแล้วให้ AI เข้าควบคุมหน้าจอคอมพิวเตอร์แทนเราได้ทุกอย่าง เดโมในรายการให้ Claude Dispatch ไปดึงราคาทองจาก CME พร้อม Sentiment นักลงทุนมาวิเคราะห์เป็นรายงานเอง ซึ่งเป็นงานที่ AI Agent ทั่วไปทำไม่ได้เพราะติดเรื่องสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล
อ่าน →