
โดย Thanedpol Dechaduangsakul | เผยแพร่: 26 กรกฎาคม 2569 | อ้างอิง: Unitree Robotics
Unitree As2-W เป็นหุ่นยนต์สี่ขาที่ติดตั้งล้อ ทำให้วิ่งเร็วสูงสุด 6 เมตรต่อวินาที
รองรับน้ำหนักขณะเดินต่อเนื่อง 16 กิโลกรัม และวิ่งได้ไกลกว่า 30 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
ลุยสภาพพื้นผิวโหดได้ ปีนบันไดสูง 80 เซนติเมตร และทางลาด 45 องศา พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP54
Unitree As2-W คือหุ่นยนต์สำรวจลูกผสมที่แก้ปัญหาการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์สี่ขาแบบเดิมๆ ด้วยการเพิ่มล้อเข้าไปที่ข้อต่อ ทำให้ได้ทั้งความเร็วของล้อและความสามารถในการข้ามสิ่งกีดขวางของขา
หุ่นยนต์ตัวนี้ถูกออกแบบมาให้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน มันสามารถก้าวข้ามขั้นบันไดที่สูงถึง 80 เซนติเมตร และเดินขึ้นทางลาดชันได้ถึง 45 องศา จุดเด่น คือ ระบบกันน้ำและกันฝุ่นระดับ IP54 ทำให้ทำงานกลางฝนหรือในพื้นที่ชุ่มน้ำได้โดยไม่เสียหาย
แม้จะมีน้ำหนักตัวเพียง 25 กิโลกรัม แต่ As2-W สามารถรับน้ำหนักแบบนิ่งได้สูงถึง 150 กิโลกรัม และแบกของเดินต่อเนื่องได้ 16 กิโลกรัม ระบบติดตามตัวอัจฉริยะ ISS 3.0 ช่วยให้มันเดินตามผู้ใช้ได้แม่นยำระดับเซนติเมตร เหมาะสำหรับการแบกเสบียงหรืออุปกรณ์สำรวจ
ตัวเครื่องรองรับโมดูลประมวลผลประสิทธิภาพสูงถึง 150 TOPS สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์บนตัวเครื่อง มาพร้อม LiDAR แบบ Ultra-Wide-Angle ระดับอุตสาหกรรม 64 ถึง 128 เส้น และกล้อง HD ทำให้เหมาะสำหรับงานรักษาความปลอดภัยและตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง
นอกจากนี้ตัวเครื่องมี SDK และ API ที่ออกแบบมา เพื่อรองรับการประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่โดยเฉพาะ สำหรับการโต้ตอบแบบ Embodied AI และการตัดสินใจด้วยตัวเองแบบอัตโนมัติ (Autonomous decision-making)
Q1: Unitree As2-W วิ่งได้เร็วและไกลแค่ไหน
A1: วิ่งได้เร็วสูงสุด 6 เมตรต่อวินาที และแบตเตอรี่ขนาด 15,000 mAh ทำให้วิ่งได้ไกลกว่า 30 กิโลเมตรเมื่อไม่บรรทุกของ
Q2: หุ่นยนต์ตัวนี้กันน้ำได้หรือไม่
A2: ได้ครับ มีมาตรฐานการป้องกันระดับ IP54 สามารถทนฝนตกและสภาพแวดล้อมที่เปียกชื้นได้
Q3: สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดสำหรับงานเฉพาะทางได้ไหม
A3: ได้ครับ ทางผู้ผลิตเปิดแพลตฟอร์มให้นักพัฒนาใช้งาน SDK และ API รองรับโมเดล AI ขนาดใหญ่เพื่อการตัดสินใจอัตโนมัติ
Source:
Youtube: https://youtu.be/Xha2TJ_1C6Q
Unitree Robotics: https://www.unitree.com/As2-W
// อ่านต่อ


ข้อจำกัดใหม่ของวงการหุ่นยนต์และ Physical AI ไม่ใช่เรื่องโครงสร้างโมเดลหรือฮาร์ดแวร์ แต่เป็นการขาดแคลนข้อมูลการเคลื่อนไหวในโลกความจริง การให้หุ่นยนต์ดูวิดีโอว่าคนทำงานยังไงนั้นไม่เพียงพอ Startup อย่าง Encord จึงร่วมมือกับ Zander Labs ใช้หมวกวัดคลื่นสมองและสายวัดสัญญาณกล้ามเนื้อเพื่อจับความตั้งใจ ความผิดพลาด และระดับความยากของมนุษย์ขณะทำงานจริง ข้อมูลเชิงลึกนี้มีค่ามากกว่าวิดีโอทั่วไป 100 เท่า แม้ต้นทุนการผลิตจะสูงกว่า 20 เท่า ก็ถือเป็นราคาที่คุ้มค่าและกำลังเปลี่ยนโมเดลธุรกิจของการสร้างหุ่นยนต์ไปอย่างสิ้นเชิง
อ่าน →
หุ่นยนต์จีนที่ดังที่สุดอย่าง humanoid ทั้งโลกขายได้แค่ ~18,000 ตัวต่อปี แต่หุ่นดูดฝุ่น Roborock เจ้าเดียวขาย 982,000 เครื่องในไตรมาสเดียว เงินจริงกับข่าวดังอยู่คนละที่ ทั้ง 20 บริษัทเลยแบ่งเป็นสองโลกชัดๆ คือฝั่งที่ขายได้จริงวันนี้ (ดูดฝุ่น โดรน หุ่นเสิร์ฟ) กับฝั่ง humanoid ที่ทุนเทใส่เพื่อแย่งกันเป็นเจ้าของอนาคต
อ่าน →