โดย Thank Thanedpol | เผยแพร่: 13 กรกฎาคม 2569 | อ้างอิง: Sci News
ถ้ำ Üçağızlı (อู-ชา-อิ-ลี่) II ในตุรกีเปิดเผยหลักฐานว่า นีแอนเดอร์ทัลและโฮโมเซเปียนส์ใช้วัฒนธรรมเดียวกัน แม้จะอยู่คนละสปีชีส์
ชั้นดิน spanning 77,000–47,000 ปีก่อน แสดงการเปลี่ยนผ่านจากนีแอนเดอร์ทัล (ชั้นล่าง) สู่โฮโมเซเปียนส์ (ชั้นบน) โดยที่เครื่องมือหิน การล่าสัตว์ และเครื่องประดับ ไม่เปลี่ยนเลย
งานวิจัยจาก Kyoto University ตีพิมพ์ใน PNAS ชี้ว่าทั้งสองกลุ่มอาจ แบ่งปันวัฒนธรรมร่วมกัน ไม่ใช่การแทนที่แบบรุนแรง
Insight สำคัญ: วัฒนธรรมอาจแข็งแกร่งกว่าชีววิทยา — สปีชีส์เปลี่ยนได้ แต่วัฒนธรรมอยู่รอด
ถ้ำ Üçağızlı (ออกเสียง: อู-ชา-อิ-ลี่) เป็นชื่อถ้ำในภาษาตุรกี แปลว่า ที่มีสามทางออก,หรือ three-mouthed
สถานที่และช่วงเวลา
ถ้ำ Üçağızlı II ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาค Levant ใกล้แม่น้ำ Orontes ในจังหวัด Hatay ประเทศตุรกี ทีมวิจัยขุดพบชั้นดินต่อเนื่อง spanning 77,000–47,000 ปีก่อน ที่มีทั้งฟันมนุษย์ เครื่องมือหิน ซากสัตว์ล่า และเปลือกหอยทะเล
การวิเคราะห์ฟัน
ชั้นล่างสุด (77,000–59,000 ปีก่อน): ฟันนีแอนเดอร์ทัล
ชั้นบน (59,000–47,000 ปีก่อน): ฟันโฮโมเซเปียนส์ยุคแรก
สิ่งที่ทำให้ทีมวิจัยทึ่ง
แม้จะเปลี่ยนสปีชีส์ แต่วัฒนธรรมแทบไม่เปลี่ยนเลย ทั้งสองกลุ่ม:
ผลิตเครื่องมือหินแบบเดียวกัน รากฐานจาก Middle Paleolithic หรือ Mousterian traditions
ล่าสัตว์ชนิดเดียวกัน แพะป่า (wild goats), กวาง fallow (fallow deer), กวาง roe (roe deer) และหมูป่า (wild boar)
เก็บเปลือกหอยทะเลชนิดเดียวกัน คือหอยทากขนาดเล็ก Columbella rustica มาใช้ทำเครื่องประดับ ไม่ใช่อาหาร
เปลือกหอยบางชิ้นมีรอยเจาะรูและร่องรอยการเผาที่เปลี่ยนสี แสดงว่าทั้งสองสปีชีส์ให้คุณค่าเชิงสัญลักษณ์หรือการตกแต่งเหมือนกัน
พบวัตถุหินที่มีรอยจารึก (incised stone artifact) และวัตถุที่ถูกนำมายังถ้ำโดยไม่มีการใช้งานจริง (manuports) ปรากฏตลอดลำดับชั้นดิน ชี้ถึงประเพณีร่วมกันที่ข้ามผ่านขอบเขตสปีชีส์
คำตอบ: ถ้ำ Mandrin ในฝรั่งเศสแสดง pattern ที่ตรงกันข้าม
ที่ถ้ำ Mandrin ชั้นของโฮโมเซเปียนส์และนีแอนเดอร์ทัล สลับกันชัดเจน และมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมชัดเจน — เครื่องมือหินต่างกัน การล่าสัตว์ต่างกัน
แต่ที่ถ้ำ Üçağızlı II วัฒนธรรมต่อเนื่อง แม้ชีววิทยาจะเปลี่ยน
Dr. Morimoto อธิบายว่า ผลการวิจัยของเราชี้ให้เห็นถึงระดับลึกของการปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม มนุษย์สองกลุ่มที่แตกต่างกันแต่มีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดนี้ไม่ได้แค่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมเดียวกัน พวกเขาอาจกำลังแบ่งปันความชอบเชิงสัญลักษณ์ร่วมกัน
คำตอบ: อาจเป็นทั้งสองอย่าง — แต่ในสัดส่วนที่ต่างจากที่เราเคยคิด
มี 3 สมมติฐานที่เป็นไปได้:
สมมติฐาน | คำอธิบาย | หลักฐานสนับสนุน |
|---|---|---|
Gradual Exchange | โฮโมเซเปียนส์และนีแอนเดอร์ทัลอยู่ร่วมกันนานพอที่จะแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม | วัฒนธรรมต่อเนื่องไม่ขาดตอน |
Cultural Assimilation | โฮโมเซเปียนส์ที่มาใหม่ "เรียนรู้" วัฒนธรรมจากนีแอนเดอร์ทัลท้องถิ่น | เครื่องมือหินแบบเดิมไม่เปลี่ยน |
Shared Ancestry | ทั้งสองสปีชีส์มีบรรพบุรุษร่วมกันและแบ่งปันวัฒนธรรมมาตั้งแต่แรก | เป็นไปได้ แต่ต้องการหลักฐานเพิ่ม |
Insight: สมมติฐานที่ 2 น่าสนใจที่สุด ถ้า Homo Sapiens เรียนรู้จากนีแอนเดอร์ทัล แสดงว่านีแอนเดอร์ทัล ไม่ได้ด้อยกว่า อย่างที่เราเคยคิด พวกเขามีวัฒนธรรมที่ น่าเรียนรู้ และโฮโมเซเปียนส์ก็ ฉลาดพอที่จะยอมรับ ว่าวัฒนธรรมนี้ดี
คำตอบ: ยังมีอีกหลายอย่างที่เราไม่รู้
ทั้งสองสปีชีส์อยู่ร่วมกันนานแค่ไหน? ข้อมูลปัจจุบันบอกว่า 59,000 ปีก่อนเป็นจุดเปลี่ยน แต่เราไม่รู้ว่ามีการ overlap กันนานเท่าไหร่
มีการผสมพันธุ์กันไหม? ถ้ำนี้ไม่ให้ข้อมูลเรื่อง DNA ต้องรอหลักฐานจากแหล่งอื่น
วัฒนธรรมนี้แพร่ไปไกลแค่ไหน? เราเห็นแค่ที่ถ้ำ Üçağızlı II แต่ไม่รู้ว่า pattern นี้เกิดขึ้นทั่ว Levant หรือแค่ที่นี่
การค้นพบนี้ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย มันคือ จุดเริ่มต้นของคำถามใหม่ และนั่นคือ สิ่งที่วิทยาศาสตร์ดีควรทำ
A: ถ้ำส่วนใหญ่แสดงหลักฐานการแทนที่ ระหว่างสปีชีส์ แต่ถ้ำนี้แสดงหลักฐานการ ต่อเนื่องทางวัฒนธรรม แม้สปีชีส์จะเปลี่ยน
A: มันบอกว่า นีแอนเดอร์ทัลมี symbolic thinking ความสามารถในการคิดเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้เราคิดว่ามีเฉพาะในโฮโมเซเปียนส์
ในแง่ชีววิทยา พวกเขาสูญพันธุ์ (หรือผสมพันธุ์กับโฮโมเซเปียนส์) แต่ในแง่ วัฒนธรรม บางส่วนของพวกเขายังอยู่รอดผ่านโฮโมเซเปียนส์
มันสอนเราว่า ความแตกต่างทาง intelligence ไม่จำเป็นต้องนำไปสู่ความขัดแย้ง ถ้ามีวัฒนธรรมร่วมกัน เราสามารถ co-evolve ได้
ตีพิมพ์ใน Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS) 123 (29): e2609061123 โดยทีมวิจัยจาก Kyoto University นำโดย Dr. Naoki Morimoto
Source:
Sci News: https://www.sci.news/archaeology/neanderthal-homo-sapiens-cultural-continuity-14904.html
// อ่านต่อ
งานวิจัยนี้เน้นเฉพาะ ผู้หญิง ในนิวซีแลนด์ ซึ่งอาจมีข้อจำกัดในการสรุปผลไปยังประชากรกลุ่มอื่น (ผู้ชาย, เชื้อสายอื่น, วัยอื่น) แต่ก็เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่า เวลาในการกินอาหาร สำคัญไม่แพ้ ปริมาณอาหาร ที่กิน การกินมื้อดึก (หลัง 2 ทุ่ม) สัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคอ้วนและ metabolic syndrome แม้ว่าจะกินแคลอรี่รวมเท่าเดิมตลอดทั้งวันก็ตาม ข้อแนะนำ: ถ้าอยากอ่านงานวิจัยเต็ม สามารถเข้าไปดูได้ที่ลิงก์ DOI ด้านบน เป็น open access อ่านฟรี
อ่าน →