
โดย Thanedpol Dechaduangsakul | เผยแพร่: 20 สิงหาคม 2569 | อ้างอิง: จากงาน BDI Seminar 2026
ข้อมูลภาษาไทยบนอินเทอร์เน็ตมีไม่ถึง 0.4% เทียบกับภาษาอังกฤษ 40% ต่างกันกว่า 100 เท่า
Claude ถูกระงับใช้งานนอกสหรัฐฯ ชั่วคราวเมื่อ 2 เดือนก่อน สะท้อนความเสี่ยงขององค์กรที่พึ่งพา AI เจ้าเดียว
คนไทยใช้ AI ส่วนตัว 12.4% แต่มีองค์กรที่จ่ายเงินใช้จริงจังเพียงราว 30% ต้นๆ
BDI เดินหน้าโปรเจกต์ ThaiLLM ฝึกโมเดลภาษาไทยขนาด 8 พันล้าน และ 3 หมื่นล้านพารามิเตอร์
สรุป Session: Sovereign AI: เทรนด์โลก ความท้าทาย และทิศทางประเทศไทย จากงาน BDI Seminar 2026 โดยคุณปฏิภาณ ประเสริฐสม, (รักษาการ) ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม, สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) — BDI
อธิปไตยด้าน AI คือ ความสามารถของประเทศหนึ่งๆ ในการควบคุมและใช้งาน AI ได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ องค์ประกอบของมันไม่ได้มีแค่ตัวโมเดลที่เป็นปลายทางเท่านั้น แต่ต้องมองให้ครอบคลุมทั้งระบบ (Stack) ตั้งแต่รากฐานไปจนถึงปลายทางการใช้งานจริง
องค์ประกอบของ AI Sovereignty (The Stack)
1. โครงสร้างพื้นฐานไอที เช่น Data Center
2. พลังงาน ที่ใช้ขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูลเหล่านี้
3. ข้อมูล (Data) ที่จำเป็นต่อการฝึกสอน AI
4. โมเดล (Model) ที่ผ่านการฝึกสอน
5. การประยุกต์ใช้งานจริง (Application)
เหตุการณ์จริงเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน ที่ทำให้หลายคนเริ่มตื่นตัวกับเรื่อง AI Sovereignty มากขึ้น
Anthropic ปล่อยโมเดล Claude ที่มีศักยภาพสูงมาก จนรัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจ ระงับการใช้งานนอกประเทศชั่วคราว ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานบางส่วนทันที เช่น นักพัฒนาเกมที่ต้องเปลี่ยนไปใช้โมเดลอื่นแทนกะทันหัน ก่อนผู้ให้บริการจะเปิดให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ
บทเรียน: แม้จะสลับไปใช้โมเดลอื่นที่ประสิทธิภาพใกล้เคียงกันได้ แต่ พฤติกรรมและการตอบสนองของแต่ละโมเดลไม่เหมือนกัน การเปลี่ยนกะทันหันอาจทำให้ระบบที่บูรณาการไว้ทำงานไม่ได้ตามคาดหวัง นี่คือ จุดเริ่มต้นของคำถามว่า เราจะควบคุมและจัดการปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์อย่างไร
แม้หลายประเทศจะเริ่มตื่นตัวและออกนโยบาย AI แห่งชาติ (National AI Policy) แต่ ศักยภาพที่แท้จริงในการใช้งาน AI ยังคงกระจุกตัวอยู่ในสหรัฐอเมริกาและจีนเป็นหลัก
อ้างอิง Stanford AI Index Report
• ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หลายประเทศเริ่มตื่นตัวจัดทำยุทธศาสตร์ AI ระดับชาติมากขึ้น
• โดยเฉพาะ 2-3 ปีหลัง ที่มีการใช้งาน LLM อย่าง ChatGPT แพร่หลาย ยิ่งเร่งให้เกิดการตื่นตัวเร็วขึ้น
• แม้แต่ ทวีปแอฟริกา หลายประเทศก็เริ่มออกแบบยุทธศาสตร์เพื่อสร้างบริบทของตนเองให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เมื่อเจาะลึกในแต่ละระดับของ Stack จะเห็นแนวโน้มและจุดยืนของแต่ละประเทศชัดเจนขึ้น
โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลCompute Infrastructure
ไทย: ทรัพยากรและกำลังการประมวลผลสำหรับฝึกสอนโมเดลขนาดใหญ่ ยังมีไม่มากนัก นักพัฒนาหลายรายต้องแย่งชิงทรัพยากรกัน หรือไปเช่าใช้บริการจากต่างประเทศซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง
โลก: การลงทุนจากภาครัฐเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญ — จีนลงทุนมากที่สุด ด้วย Public-Private Supercomputing Center หลายแห่ง เช่น ที่เฉิงตู พร้อมอุดหนุนราคาให้ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าใช้งาน ขณะที่ภูมิภาคเอเชียโดยรวมยังลงทุนด้านนี้ค่อนข้างน้อย
ข้อมูล Data
เครื่องมือ: หลายประเทศเริ่มจากกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (GDPR ในยุโรป, PDPA ในไทย) เพื่อควบคุมว่าข้อมูลใดส่งออกนอกประเทศได้ และมาตรการ Data Localization ถูกใช้แพร่หลายในเอเชียและยุโรป
ข้อยกเว้น: สหรัฐอเมริกา เชื่อมั่นใน Free Data Flow การไหลเวียนข้อมูลอย่างเสรี โดยจำกัดเพียงห้ามส่งข้อมูลไปยังประเทศที่มองว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น
โมเดล Model
สถานะ: โมเดลหลักที่ใช้งานกันทั่วโลก มาจากสหรัฐฯ และจีนเป็นส่วนใหญ่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าสองประเทศนี้เป็นผู้นำ
ทางออก: ยุโรปและเอเชีย (รวมถึงไทย) พยายามนำโมเดลเหล่านี้มา Fine-tune และ Localize ให้เข้ากับบริบทของประเทศตนเอง ขณะที่จีนพุ่งเป้าพัฒนาโมเดลของตนอย่างรวดเร็วเพื่อแข่งขันกับสหรัฐฯ โดยตรง
บุคลากร Talent
แนวโน้ม: การเคลื่อนย้ายบุคลากรด้าน AI (Talent Flow) ลดลงในทุกภูมิภาคทั่วโลก
ความหมาย: แต่ละประเทศ นำเข้าบุคลากรน้อยลง ส่งออกน้อยลง และพยายามเก็บรักษาบุคลากรด้าน AI ไว้ในประเทศของตนเองมากขึ้น
เมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทย นี่คือสถานะความสามารถในการควบคุมแต่ละองค์ประกอบของ Stack
ชิปและฮาร์ดแวร์: พึ่งพาการนำเข้า
ผู้ผลิตหลักของโลกมีเพียงสองฝั่งคือสหรัฐฯ และจีน แม้บางค่ายคลาวด์เริ่มผลิตชิปของตนเอง แต่ไทยยังไม่มีทางเลือกผลิตภายในประเทศมากนัก ต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก
โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล: บริหารจัดการเองได้
นำเข้าฮาร์ดแวร์มาติดตั้งและบริหารจัดการเอง ช่วยป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลออกนอกประเทศระหว่างการประมวลผลหรือฝึกสอนโมเดล
ข้อมูล: ควบคุมได้เต็มที่
โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ ผ่านกฎหมาย PDPA และระเบียบของหน่วยงานรัฐ
โมเดล: ต่อยอดจากต่างประเทศ
โมเดลส่วนใหญ่ในไทยเป็นการนำโมเดลพื้นฐานจากต่างประเทศมาต่อยอดและปรับบริบทให้เข้ากับประเทศไทย
การประยุกต์ใช้งาน: พัฒนา-ใช้เองในประเทศ
มีการพัฒนาและใช้งาน Application ภายในประเทศอย่างชัดเจน
มุมมองความคุ้มค่าการลงทุน
ข้อมูลเฉพาะทาง (Specific Data) คือ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แอปพลิเคชันและโมเดลเกิดประโยชน์สูงสุด ส่วน โครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล แม้ต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก แต่ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งเช่นกัน
2 แรงหลักที่ประเทศไทยมีอยู่ในมือ สำหรับรองรับงานด้าน AI
GDCC: โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของรัฐ ให้บริการคลาวด์ทั่วไป และพยายามนำ GPU เข้ามาให้บริการมากขึ้นเรื่อยๆ
LANTA @ สวทช. : ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ภาครัฐสำหรับการฝึกสอนโมเดลโดยเฉพาะ ซึ่ง เพิ่งได้รับการอัปเกรดประสิทธิภาพการทำงาน
ริเริ่มโดย BDI ด้วยทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุน DE) เพื่อสร้างโมเดล AI ที่เข้าใจบริบทของประเทศไทยมากยิ่งขึ้น
NECTEC
VISTEC
สมาคม AIEAT
ม.มหิดล
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สัดส่วนข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต
ภาษาอังกฤษ ~40% & ภาษาไทย <0.4%
100x ต่างกันกว่า 100 เท่า — แต่โมเดลหลายตัวก็ยังใช้ภาษาไทยได้ดี
ทำไมบริบทท้องถิ่นถึงสำคัญ
เมื่อต้องตอบคำถามที่อาศัยบริบทเฉพาะของไทย หรือกระบวนการตามกฎหมายไทยที่ซับซ้อน โมเดลต่างชาติอาจยังทำได้ไม่ดีนัก
ตัวอย่าง: เมื่อก่อน AI วิเคราะห์ภาพ "การก่อพระเจดีย์ทราย" ไม่ได้ เพราะไม่เข้าใจบริบทวัฒนธรรมไทย — วันนี้ AI พัฒนาไปมาก จนอธิบายได้ว่านี่คือ ประเพณีขนทรายเข้าวัดเพื่อการบูรณปฏิสังขรณ์
รวบรวมข้อมูลภาษาไทย
จากอินเทอร์เน็ต และข้อมูลที่ได้รับบริจาคจากหน่วยงานพันธมิตร
คัดกรองและปรับสัดส่วน
ผ่านกระบวนการคัดกรองและปรับสัดส่วนข้อมูลให้เหมาะสม
ฝึกสอน Foundation Model
ขนาด 8 พันล้าน (8B) และ 30 พันล้าน (30B) พารามิเตอร์
ต่อยอดสู่การแพทย์ — ร่วมกับศิริราชพยาบาล
Fine-tune โมเดลร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เพื่อคัดกรองผู้ป่วยเบื้องต้น (Pre-screening)
ซักประวัติ
สร้างโปรไฟล์ผู้ป่วย
แนะนำการดูแลตัวเองเบื้องต้น
ประเมินความเร่งด่วนของอาการ
ช่วย ลดระยะเวลาการรอคอย ของคนไข้ก่อนเข้าพบแพทย์
ประสานงานกับ Ecosystem โมเดลไทย
ประสานงานกับผู้พัฒนาโมเดล Open Source ไทย เพื่อปรับแต่งให้ตอบโจทย์บริบทธนาคารและองค์กรธุรกิจ
Typhoon
Pathumma
OpenThaiGPT
ThaiLLM Playground: เว็บไซต์เปิดให้ผู้สนใจทดลองใช้งานโมเดลที่พัฒนาขึ้น (โมเดลขนาดเล็กจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ) พร้อม API Key สำหรับนำไปพัฒนาต่อยอด รวมถึงมีระบบแชตบอตทางการแพทย์เบื้องต้นให้ทดลองใช้งาน
* ฟีเจอร์การวินิจฉัยโรคต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและรับรองตามกฎหมายทางการแพทย์ก่อนเปิดใช้งานจริง
ประเทศไทยกำลังร่างแผนปฏิบัติการด้าน AI ระยะต่อไป (เริ่มปี 2571) ยังอยู่ระหว่างการปรับปรุง แต่แนวคิดหลักคือการผลักดันให้เกิดการนำ AI ไปใช้งานจริงให้มากขึ้น
แผนเดิมตั้งแต่ปี 2565 — 5 เสาหลัก
1. จริยธรรมและธรรมาภิบาล (Ethics & Governance)
2. โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)
3. การพัฒนาบุคลากร (Talent)
4. การวิจัยและพัฒนา (R&D)
5. การส่งเสริมการใช้งานภาคธุรกิจ (Business Adoption)
คู่มือ AI Governance โดย ETDA
โครงสร้างพื้นฐาน LANTA
โครงการ Super AI Engineer ที่ช่วยสร้างบุคลากรด้าน AI เข้าสู่ตลาดแรงงาน
12.4% บุคลากรไทยใช้งาน AI ระดับบุคคล (อ้างอิง Microsoft)
~30%+ องค์กรที่ยอมรับและจ่ายเงินใช้ AI อย่างจริงจัง
ความคุ้มค่าในการลงทุน
ความพร้อมของข้อมูล
ความกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูล
ทิศทางแผนระยะถัดไป
มุ่งเน้นไปที่การสร้างมูลค่า (Value Creation) และการส่งเสริมการใช้งาน (Adoption) อย่างเป็นรูปธรรม โดยแบ่งคณะทำงานระดับชาติออกเป็น 2 กลุ่ม:
Sectorial — ส่งเสริมการใช้งานรายอุตสาหกรรม ครอบคลุม 7 ภาคส่วนสำคัญ
Thematic — สนับสนุนภาพรวมด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร กฎหมาย และการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ เพื่อบูรณาการที่ครอบคลุมทุกมิติ
Q: Sovereign AI ต่างจาก AI ทั่วไปยังไง
A: เน้นที่ใครควบคุมได้ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล และโมเดล ไม่ใช่แค่เรื่องความฉลาดของ AI
Q: ทำไมข้อมูลภาษาไทยถึงน้อยขนาดนี้
A: เพราะเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษเกือบ 40% ขณะที่สัดส่วนเนื้อหาภาษาไทยในระดับโลกยังน้อยกว่ามาก
Q: ThaiLLM ใช้งานได้แล้วหรือยัง
A: ทดลองได้ผ่าน ThaiLLM Playground ส่วนฟีเจอร์ทางการแพทย์อย่างการวินิจฉัยยังต้องรอการรับรองตามกฎหมายก่อน
Q: องค์กรทั่วไปเริ่มต้นเรื่องนี้ยังไงดี
A: เริ่มจากประเมินว่าตอนนี้พึ่งพาโมเดลหรือระบบต่างประเทศเจ้าเดียวมากแค่ไหน แล้ววางแผนสำรองไว้ล่วงหน้า
ข้อสรุป:
แล้วองค์กรของคุณอยู่จุดไหน?
ไม่ว่าองค์กรของคุณจะอยู่จุดใด ก็สามารถเลือกปรับตัวให้เข้ากับแนวทางที่เหมาะสมได้
เริ่มต้นทดลองใช้งาน: เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร
ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน: สร้างขีดความสามารถด้านการประมวลผลของตนเอง
เตรียมพร้อมขยายบริการสู่สากล: ขยายบริการ AI ของไทยออกสู่ตลาดสากล
เพื่อสร้าง เศรษฐกิจ AI ที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน ให้กับประเทศไทยต่อไป
Source:
จากงาน BDI Seminar 2026
// อ่านต่อ