
โดย Thanedpol Dechaduangsakul | เผยแพร่: 20 สิงหาคม 2569 | อ้างอิง: จากงาน BDI Seminar 2026
BDI เปิดเผยความคืบหน้าระบบเชื่อมข้อมูลภาครัฐชื่อ D2 ในงาน BDI Seminar 2026 โดย ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการ BDI
ปีนี้ระบุ High Value Dataset ไว้ 118 ชุด เกี่ยวข้อง 52 หน่วยงาน โฟกัสเรื่องการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นชุดแรก
หน่วยงานต้องเชื่อมข้อมูลให้เสร็จภายใน 2 เดือนหลังราชกิจจานุเบกษาประกาศ
คณะกรรมการที่ตัดสินว่าอะไรคือ High Value Dataset มีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานเอง
ทีม Data Analytics Service ของ BDI มี 53 คน รับผิดชอบ 8 เซกเตอร์หลัก
สรุป Session: กล่าวเปิดงาน เรื่องเล่าจากข้อมูล: ประเทศไทยที่พร้อมรับอนาคต จากงาน BDI Seminar 2026 โดยศาสตราจารย์ ดร.ธีรณี อจลากุล – ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่
ก่อนเข้าเนื้อหาหลัก ศ.ดร.ธีรณี ชวนอัปเดตความคืบหน้าด้าน Data และ AI ที่ BDI เพิ่งผลักดันสำเร็จ
ระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูล
BDI รับบทผู้ช่วยจัดเตรียมกลไกให้ระเบียบนี้ใช้งานได้จริง
แผน Big Data ชาติ
ร่างมานาน เพิ่งประกาศใช้เมื่อเดือนที่แล้ว ใกล้หมดอายุแต่มีแผนต่อเนื่องทันที ชื่อแผน "Resilient Thailand Data Story"
- โลกซับซ้อน ประเทศต้อง Resilient สถานการณ์โลกวันนี้ซับซ้อนสับสน คาดเดายาก — ในความวุ่นวายเหล่านี้ ประเทศที่ Resilient กว่าจะอยู่ทนกว่า
Silo ข้อมูล
Silo คน
Silo ฟังก์ชัน
บทบาทหลักของ BDI = Connect Data
ดึงข้อมูลจำเป็นจากหน่วยงานต่างๆ มาเชื่อมกัน เพื่อให้รัฐใช้ตัดสินใจได้ทันเวลา ไม่มีหน่วยงานใดหน่วยงานเดียวทำสำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐจำนวนมาก
หมายเหตุ: แผนยุทธศาสตร์ออกแบบเป็น "จิ๊กซอว์" — แต่ละหน่วยงานเลือกหยิบชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องไปต่อภาพของตัวเองได้ ส่วนภาพใหญ่นี้คือภาพระดับประเทศ
ฐานรากที่ต้องมีก่อน ถึงจะเชื่อมข้อมูลทั้งประเทศได้จริง — BDI รับผิดชอบโดยตรงเพียงชิ้นเดียว
คลาวด์กลางภาครัฐ
ลดภาระจัดซื้อ-ดูแลเซิร์ฟเวอร์แยกหน่วยงาน รวมศูนย์จัดซื้อให้คุ้มค่ากว่า รับผิดชอบ: สดช. + NT
Government Data Catalog
ให้ทุกหน่วยงานและนักวิจัยค้นได้ว่าใครมีข้อมูลอะไร อยู่ที่ไหน
แพลตฟอร์มข้อมูลวิเคราะห์ของประเทศ
เชื่อมข้อมูลข้ามกรมกระทรวง จัดชุดเป็น High Value Dataset เพื่อการวิเคราะห์
★ BDI รับผิดชอบชิ้นนี้โดยตรง — National Big Data Platform
Shared Microservices
ใช้ซ้ำข้ามหน่วยงาน เช่น Digital ID, Government Wallet, ระบบมอบอำนาจ — เปลี่ยนเซอร์วิสได้โดยไม่กระทบซอฟต์แวร์เดิม
มาตรฐานข้อมูลเชิงพื้นที่
ให้ทุกหน่วยงานเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่แบบเดียวกัน จะได้พล็อต/วัดผลได้จริง
รับผิดชอบ: GISTDA (จิสด้า)
มาตรฐานความปลอดภัยกลาง
กำหนดเกณฑ์กลางว่า "แค่ไหนถึงจะโอเค" สำหรับข้อมูลภาครัฐ
มาตรฐานเทคโนโลยีกลาง
มาตรฐานขั้นต่ำสำหรับ TOR จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ให้แลกเปลี่ยนข้อมูล-ดูแลความปลอดภัย-โยกย้ายบุคลากรไอทีได้ง่ายขึ้น อยู่ระหว่างเวียนหน่วยงานก่อนประกาศโดยกระทรวงดิจิทัล
PDPA
หาจุดสมดุลการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในการแลกเปลี่ยนข้อมูลรัฐ ดูแลโดย สคส.
เครื่องมือ/มาตรฐานอำนวยความสะดวกแบ่งปันข้อมูล
ให้หน่วยงานแบ่งปันข้อมูลอย่างมี "หลังพิง" ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกฟ้องย้อนหลัง — ระเบียบสำนักนายกฯ + ร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่ เสริม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารเดิมที่ยังไม่ลงกลไกชัดพอ
ธรรมาภิบาล (Governance)
กำหนดให้ชัดว่าเมื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ใครดูแลเรื่องอะไร ใครต้องเซ็นอะไรบ้าง
กลไกแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบกระจายศูนย์ (Decentralized)
ต้นแบบจากระบบ X-Road ของเอสโตเนีย BDI สร้างถนนเชื่อมไปหาทุกหน่วยงาน แต่ปลายทางไม่เชื่อมทั้งฐานข้อมูล เชื่อมเฉพาะชุดข้อมูลที่จำเป็นเท่านั้น เราไม่ดัมพ์ฐานใคร
อำนาจตามกฎหมาย
ระเบียบสำนักนายกฯ เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา จะให้อำนาจ BDI ขอเชื่อมข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ ได้ คุยกับหน่วยงานชุดแรกไปแล้ว ได้รับความยินดีในระดับหนึ่ง
คน
ต่อให้มีโครงสร้างพื้นฐานและอำนาจครบ ถ้าหน่วยงานไม่รู้วิธีใช้ข้อมูล ก็ไม่เกิดประโยชน์ BDI จึงต้องเตรียมนักวิเคราะห์ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และวิศวกร AI ไว้ช่วยหน่วยงาน, "ต้องมีใครสักคนได้ใช้และเห็นประโยชน์ที่ชัดเจน"
Zone 1: Sectorial Zone
เก็บข้อมูลรายเซกเตอร์ เช่น Travel Link (ท่องเที่ยว), ข้อมูลกลุ่มเปราะบางร่วมกับกระทรวง พม. — ถ้าเซกเตอร์ไหนมีศูนย์กลางอยู่แล้ว BDI ขอเชื่อมต่อโดยไม่ทำซ้ำ
รวม Area Sector Zone — คลังข้อมูลระดับจังหวัดสำหรับจังหวัดที่พร้อม ให้ดึงข้อมูลพื้นที่ไปประมวลผลใช้เองได้ โฮสต์อยู่ในโซนนี้ได้
Zone 2: Central Zone
แกนกลางเชื่อมโยงข้อมูลของ BDI — ไม่สำรองข้อมูลไว้ที่นี่ ยกเว้นหน่วยงานร้องขอให้สำรองให้
Zone 3: Service Zone
พื้นที่เครื่องมือให้ผู้ใช้งาน ปีแรกทีม BDI ดูแลจัดการให้ก่อน ปีถัดไปมุ่งสู่ Self-service — เอกชนเห็นเฉพาะข้อมูลที่เปิดได้ ภาครัฐเห็นเท่าที่มีสิทธิ์เข้าถึง
BDI สร้างศูนย์กลางให้ก่อน
ภายหลังหากหน่วยงานตั้งงบสร้างเอง BDI โอนคืนให้ พร้อมขอท่อเชื่อมกลับส่วนกลาง
เชื่อมกับศูนย์กลางที่มีอยู่แล้ว
เชื่อมปลั๊กตรงได้เลยโดยไม่ต้องย้อนกลับไปต้นทาง ทำให้เร็วขึ้น
รวมข้อมูลรายหน่วยงาน
ข้อมูลจากหลายหน่วยงานถูกนำมารวมเป็น High Value Dataset ชุดใดชุดหนึ่ง
Push / Pull (ตั้งเวลา FTP) เชื่อมต่อฐานข้อมูล (Database) และสุดท้าย คือ มาตรฐาน API
ตัวอย่างจริง: กลุ่มกระทรวง พม.
มีกว่า 20 หน่วยงานที่มีข้อมูล BDI ไล่เชื่อมรวมเข้ามาที่ Central Zone เพื่อใช้ยามเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ดึงข้อมูลภัยพิบัติทางธรรมชาติ + ข้อมูลกลุ่มเปราะบาง + ข้อมูลสุขภาพ มาบริหารจัดการศูนย์พักพิงได้อย่างรวดเร็ว
รักษาความปลอดภัยระดับสูง
ทุกข้อมูลที่เข้าสู่ระบบ D2 Platform ได้รับการป้องกันในระดับสูง
ไม่เก็บถ้าไม่จำเป็น
กลัวข้อมูลส่วนบุคคลหลุด ก็ไม่เก็บตั้งแต่ต้น ใช้ Hash หรือเข้ารหัสแทน เพราะงานวิเคราะห์ไม่จำเป็นต้องรู้ตัวตนรายบุคคล
"ถ้ากลัวข้อมูลส่วนบุคคลหลุด ก็อย่าเก็บข้อมูลส่วนบุคคล"
ส่งเสริมการแบ่งปันข้อมูล "ดิจิทัล" ภาครัฐ (ไม่ใช่ข้อมูลกระดาษ) ครอบคลุมหน่วยงานรัฐทุกประเภท
คือ ระบบ Data Integration and Intelligence ที่ BDI สร้างขึ้นเป็นกลไกกลาง แลกเปลี่ยนข้อมูลแบบไม่สำรองซ้ำซ้อน เมื่อระเบียบประกาศใช้ BDI จะไม่ขอเชื่อมทั้งฐานข้อมูล
ระบุชุดข้อมูลสำคัญของรัฐเป็นชุดๆ ประกาศรายปี — 1 ชุดอาจมาจากหลายหน่วยงาน และ 1 หน่วยงานอาจอยู่ในหลายชุดได้ เมื่อระบุ HVD แล้วจะเห็นชัดว่าหน่วยงานใดต้องเชื่อมกับ BDI
ต้องเชื่อมข้อมูลกับ BDI ภายในเวลาที่กำหนด หากติดขัดด้านกฎหมายหรือเทคนิค สามารถหารือร่วมกันได้
คณะกรรมการส่งเสริมการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล
นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ตัดสินว่าจะประกาศ High Value Dataset ชุดใดในแต่ละปี
กรรมการประจำ: หน่วยงานเจ้าของกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร และ PDPA
กรรมการเชิญตามวาระ: หน่วยงานเจ้าของข้อมูลเฉพาะเรื่อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข กรณีข้อมูลด้านสาธารณสุข — มีสิทธิ์โหวตว่าให้หรือไม่ให้ข้อมูลใด เพื่อให้การกำกับดูแลรัดกุมพอ
ล็อตแรก: 118 High Value Dataset ด้านภัยพิบัติทางธรรมชาติ
118 Dataset
52 หน่วยงาน
40+ คุยแล้ว
ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ → มีเวลา 2 เดือน ไล่เชื่อมให้ครบ → เป้าหมายส่งมอบ
ภายในปลายปีนี้
เหตุผลที่เริ่มจากชุดนี้ก่อน: ข้อมูลภัยพิบัติทางธรรมชาติส่วนใหญ่เปิดเผยได้โดยนิยาม ไม่ใช่ข้อมูลลับ จึงเริ่มจากความซับซ้อนต่ำสุดก่อน
ปีถัดๆ ไป BDI เริ่มระบุ High Value Dataset จาก 2-3 เรื่องต่อปี โดยแต่ละเซกเตอร์กำหนดของตัวเองว่าอะไรคือ High Value — เช่น การท่องเที่ยว, สิ่งแวดล้อม/น้ำท่วม/กลุ่มเปราะบาง/การเยียวยา ทีม BDI จับคู่มาตรฐานร่วมกับ OECD และ UN ว่าเขาประกาศข้อมูลชุดใดบ้าง แล้วเสนอชุด HVD ต่อคณะกรรมการทุกปี เมื่อประกาศแล้ว ก.พ.ร. นำไปกำหนดเป็น KPI ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดผลจริง
คัดเลือกข้อมูล
พิจารณาพื้นฐานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูลชุดนั้น
Metadata & Schema Mapping
ตรวจสภาพและความพร้อมของข้อมูล กำหนดวิธีเชื่อม แล้วทำ Schema Mapping
ลดชั้นความลับ
ลดชั้นความลับของข้อมูลเท่าที่ทำได้ เพื่อให้ใช้ประโยชน์เชิงวิเคราะห์ได้เต็มที่
ตรวจสอบคุณภาพข้อมูล
เช็กว่า ข้อมูลที่ส่งเข้ามาถูกต้องในระดับที่นำไปประมวลผลได้จริง
นำเข้าสู่ระบบ D2
ข้อมูลพร้อมใช้งานบนแพลตฟอร์มกลาง
BDI จะจัดทำเอกสารเชิงเทคนิค 3-4 เล่ม แจกจ่ายให้หน่วยงานที่เตรียมเชื่อมต่อ อธิบายกลไกและวิธีการอย่างละเอียด
มี 53 คนในทีม Data Analytics Service
8 เซกเตอร์หลักที่โฟกัส (ครอบคลุมเกือบทุกเซกเตอร์หลักของประเทศ) แต่งตั้งผู้บริหารดูแล Data Integration บน D2 และผู้นำทางเทคนิค เพื่อช่วยให้ทีมทำงานมีประสิทธิภาพขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI อย่างมีสติ
ภารกิจหลักของทีม
โฟกัสเชื่อมโยง High Value Dataset เข้าสู่ D2
เป็นพันธมิตรหลักของหน่วยงานที่ต้องการวิเคราะห์ข้อมูล
มุ่งสร้าง Reusable Dataset ลดการทำงานแบบเก็บเป็นความลับส่วนตัว
ใช้เทคนิคลดชั้นความลับ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงมากขึ้น เป้าหมายปลายทางคือ Open Data เชื่อมต่อ สพร.
มีทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ช่วยนำทางให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ปิดท้ายการบรรยายด้วยประโยคที่สรุปทั้งงานได้ในตัว
"พอดีดิฉันมาเปิดเรื่อง Data ก่อน เพราะคนจะพูดเรื่อง AI ตลอดทั้งวัน" — ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล, ผู้อำนวยการ BDI
สำหรับหน่วยงานรัฐ ตอนนี้สิ่งที่ทำได้เลยคือเริ่มสำรวจว่าองค์กรตัวเองมีข้อมูลชุดไหนที่เข้าข่ายภัยพิบัติหรือเกี่ยวข้องกับ 52 หน่วยงานที่ BDI ระบุไว้ เพื่อเตรียมฐานทางกฎหมายและ Metadata ไว้ล่วงหน้า ส่วนภาคธุรกิจก็น่าจับตาเรื่องนี้ต่อเนื่อง เพราะทิศทางสุดท้ายของ BDI คือผลักดันข้อมูลที่ลดชั้นความลับได้ไปสู่ Open Data ซึ่งจะเปิดโอกาสใหม่ให้ภาคเอกชนใช้ข้อมูลภาครัฐได้มากขึ้นในอนาคต
Q: D2 ต่างจากการขอข้อมูลแบบเดิมยังไง
A: แบบเดิมมักขอเชื่อมทั้งฐานข้อมูล ส่วน D2 ขอเชื่อมเฉพาะชุดข้อมูลที่ผูกกับ High Value Dataset ที่ถูกระบุไว้เท่านั้น
Q: หน่วยงานที่ไม่ได้อยู่ใน 118 ชุดแรกต้องทำอะไรไหม
A: ยังไม่ต้องเชื่อมทันที แต่ปีต่อๆ ไป BDI จะทยอยระบุ High Value Dataset เพิ่มทีละเซกเตอร์ จึงควรเตรียมข้อมูลของตัวเองให้พร้อมไว้ล่วงหน้า
Q: ข้อมูลที่เชื่อมเข้า D2 จะถูกเก็บสำรองไว้ที่ BDI หรือเปล่า
A: โดยหลักแล้วไม่เก็บสำรอง ยกเว้นหน่วยงานเจ้าของข้อมูลร้องขอให้สำรองให้เป็นกรณีพิเศษ
Q: เอกชนจะเข้าถึงข้อมูลนี้ได้ไหม
A: ได้บางส่วนผ่าน Service Zone ของ D2 แต่เอกชนจะเห็นเฉพาะข้อมูลที่เปิดเป็นสาธารณะได้เท่านั้น
Q: ถ้าเชื่อมไม่ทันภายใน 2 เดือนจะเป็นอย่างไร
A: หากติดปัญหาด้านกฎหมายหรือเทคนิคจริง หน่วยงานสามารถหารือกับ BDI เพื่อขยับกรอบเวลาได้
Source:
จากงาน BDI Seminar 2026
// อ่านต่อ