โดย Thank Thanedpol | เผยแพร่: 16 กรกฎาคม 2026 | อ้างอิง: AIAT สมาคมปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย
Embodied AI ไม่ใช่แค่การใส่สมองกลลงในหุ่นยนต์ แต่เป็นการออกแบบให้ร่างกายของหุ่นยนต์คำนวณและปรับตัวได้เอง
แนวคิด Morphological Computation ช่วยลดภาระการประมวลผลของสมองกลได้อย่างมากในงานเคลื่อนไหว
ประเทศไทยมีโอกาสนำไปใช้จริงในภาคการแพทย์ เกษตรกรรม และการตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรม
สรุปคลิป Youtube: AI Update! by AIAT | EP.11 "Embodied AI คืออะไร? ทำไมโลกมองว่านี่คือ AI ยุคถัดไป" โดย ศาสตราจารย์ ดร. ปรเมษฐ์ มนูญพงศ์ ผู้อำนวยการและอาจารย์ประจำสำนักวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันวิทยสิริเมธี หรือ VISTEC
ความหมายของ Embodied AI
Embodied AI คือ การนำปัญญาประดิษฐ์หรือสมองของ AI ใส่เข้าไปในร่างกายหรือ body เพื่อให้ซอฟต์แวร์สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับโลกแห่งความเป็นจริงได้ ไม่ใช่แค่อยู่ในหน้าจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น
วิวัฒนาการของ AI
ปี 1940: เริ่มต้นจากเซลล์ประสาทเทียม 1 เซลล์
ปี 1970: พัฒนาเป็น Neural Network หรือโครงข่ายประสาทเทียม
ช่วง AI Winter: พบข้อจำกัดว่าเซลล์เดียวไม่สามารถคำนวณซับซ้อนได้
การค้นพบ Deep Learning: สามารถกรองข้อมูลสำคัญและประมวลผลรูปภาพได้
ปัจจุบัน: ChatGPT และ Large Language Model (LLM)
อนาคต: Physical AI และ Embodied AI
หลายคนอาจเข้าใจว่าหุ่นยนต์ที่มีร่างกายคือ Physical AI ซึ่งมองว่าร่างกายเป็นเพียงกล่องบรรจุหรือตัวแปลคำสั่งจากสมองกลให้เป็นการเคลื่อนไหว แต่ Embodied AI มองลึกไปกว่านั้น โดยถือว่าร่างกายเป็นหน่วยประมวลผลอีกชุดหนึ่งที่คิดและคำนวณได้ด้วยตัวเอง
หัวข้อเปรียบเทียบ | Physical AI | Embodied AI |
|---|---|---|
บทบาทของร่างกาย | เป็นตัวแปลคำสั่งจากสมอง | เป็นหน่วยประมวลผลที่คำนวณได้เอง |
การตอบสนอง | รอคำสั่งจากสมองกลาง | ปรับตัวอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม |
ภาระการคำนวณ | สมองประมวลผลทั้งหมด | แบ่งเบาภาระไปยังโครงสร้างร่างกาย |
แนวคิดนี้เรียกว่า Morphological Computation หรือโครงสร้างที่คำนวณได้ ลองจินตนาการว่าเวลาคุณเดินคุยกับเพื่อนบนพื้นขรุขระ คุณไม่ต้องนั่งคำนวณว่าต้องก้าวขาอย่างไร ข้อเท้าของคุณจะปรับสมดุลเองโดยอัตโนมัติโดยที่สมองไม่ต้องสั่งการ นี่คือหลักการเดียวกันที่นักวิจัยนำมาใช้กับหุ่นยนต์
ตัวอย่างงานวิจัยจาก VISTEC ที่แก้ปัญหาหุ่นยนต์เดินบนท่อขนาดเล็ก แทนที่จะเขียนโค้ดใหม่ทั้งระบบ นักวิจัยเพียงแค่เปลี่ยนโครงสร้างเท้าหุ่นยนต์ให้มีความยืดหยุ่นคล้ายเท้าแมลงที่มีซี่เล็กๆ ผลลัพธ์คือหุ่นยนต์เดินได้อย่างมั่นคงโดยไม่ต้องเปลี่ยนการควบคุมใดๆ เลย
เทคโนโลยีนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่หุ่นยนต์ราคาแพง แต่แฝงอยู่ในชีวิตประจำวัน
ศาสตราจารย์ ดร. ปรเมษฐ์ มนูญพงศ์ กล่าวว่า เมื่อหุ่นยนต์ต้องเขยิบเข้ามาใกล้กับเรามากขึ้น การมีร่างกายที่มีความยืดหยุ่นจะหมายถึงความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นเมื่อต้องทำงานร่วมกับมนุษย์
แนวคิด Embodied AI ไม่จำกัดอยู่แค่หุ่นยนต์ แต่สามารถนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น
เครื่องสลัดน้ำผัก: ใช้แรงเหวี่ยงจากการหมุนเพื่อสะบัดน้ำออก
มุ้งลวดอัตโนมัติ: ใช้แรงโน้มถ่วงและแม่เหล็กทำให้มุ้งปิดเองโดยไม่ต้องใช้มอเตอร์
ประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมไทย
ประเทศไทยมีความต้องการเทคโนโลยีนี้ในหลายภาคส่วน ได้แก่
อุตสาหกรรมการผลิต
การแพทย์ เช่น หุ่นยนต์ช่วยฝึกเดิน
การเกษตร
การตรวจสอบและสำรวจในโรงงาน
หากเราไม่ตระหนักถึงแนวโน้มนี้ เราจะพลาดโอกาสในการลดความซับซ้อนของการคำนวณและลดภาระการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ ภาคอุตสาหกรรมไทยที่มีความต้องการสูง ได้แก่ การแพทย์ เช่น หุ่นยนต์ช่วยฝึกเดิน ภาคเกษตรกรรม และการตรวจสอบความปลอดภัยในโรงงาน ซึ่งล้วนต้องการปฏิสัมพันธ์กับโลกความเป็นจริง
Embodied AI ต้องใช้การเขียนโปรแกรมที่ซับซ้อนกว่าแบบเดิมหรือไม่
ไม่จำเป็นเสมอไป บางครั้งการเปลี่ยนโครงสร้างทางกายภาพของหุ่นยนต์ช่วยลดความซับซ้อนของซอฟต์แวร์ลงได้มาก
ธุรกิจขนาดเล็กในไทยนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไร
สามารถเริ่มจากการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้กลไกทางกายภาพตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมโดยอัตโนมัติ ลดการใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และซอฟต์แวร์
จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อนี้ได้ที่ไหน
แนะนำหนังสือ How the Body Shapes the Way We Think โดย Rolf Pfeifer หรือติดตามงานประชุม Embodied Intelligence Conference
Source:
// อ่านต่อ